RSS

เรื่องเล่าของไอ้เปี๊ยก

01 ก.พ.


ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

กาลครั้งหนึ่ง มีเรื่องเล่าถึงเด็กชายคนหนึ่ง อายุเพียงแค่ 5 ปี  มีถิ่นพำนักอยู่ที่ประเทศอินเดีย ในหมู่บ้านชนบทที่ยังห่างไกลจากความเจริญ และยังไม่มีไฟฟ้าใช้  “เปี๊ยก” คือชื่อสมมุติของเด็กผู้ชายที่ผมกำลังจะเล่าให้ทุกท่านได้ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจ

เปี๊ยกเป็นเด็กกำพร้าพ่อตั้งแต่เล็ก พักอาศัยอยู่กับแม่เพียงสองคน ในกระท่อมดินหลังโทรมๆ ริมชายป่าห่างออกไปจากใจกลางหมู่บ้านเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ทุกวันเปี๊ยกและแม่ต้องช่วยกันหาของจากในป่าเดินแบกไปขายในหมู่บ้าน เพื่อแลกเปลี่ยนกับอาหารที่จะเอามาประทังชีวิต

คืนหนึ่ง พระจันทร์มืดสนิทด้วยค่ำคืนของวันข้างแรม ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยกลุ่มเมฆฝนที่เริ่มตั้งเค้า มองออกไปนอกบ้านเห็นเพียงแต่ความมืด ไม่เห็นแม้กระทั่งแสงจากดาวสักดวงบนท้องฟ้า แม้จะแค่เพียงยามพลบค่ำ ช่วงเวลาอย่างนี้ก็ดูน่ากลัวเหลือเกินสำหรับเด็กชายตัวน้อยๆ

หัวค่ำของคืนนั้น แม่ของเปี๊ยก เริ่มเป็นไข้ ตัวร้อน หนาวสั่นอย่างมาก เปี๊ยกพยามยามช่วยแม่ด้วยการเช็ดตัวให้ แต่ไข้ของแม่ก็ไม่ลดลงเลย กลับทวีความร้อนเพิ่มมากยิ่งขึ้น เปี๊ยกสงสารแม่เหลือเกิน น้ำตาของเปี๊ยกเริ่มไหล “แม่จ๋า…แม่อย่าเป็นอะไรไปนะ ถ้าแม่เป็นอะไรไป แล้วเปี๊ยกจะอยู่กับใคร…แม่….”

“เปี๊ยกเอ๋ย…รีบเข้าไปในหมู่บ้าน…ไปตามหมอให้มาช่วยแม่หน่อยลูก” แม่บอกเปี๊ยกด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและอ่อนแรง

“จ้ะแม่..ฉันจะรีบไปตามหมอมารักษาแม่นะ..แม่อย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะ..”

เปี๊ยกรีบไปหยิบขี้ใต้ขึ้นมาจุดไฟ เพื่อใช้เป็นแสงสว่างที่จะเดินทางเข้าไปในหมู่บ้าน เขารีบวิ่งออกมานอกกระท่อม ยังไม่ถึงสิบเก้า เปี๊ยกก็หยุดยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สุดทางตรงที่เขาวิ่งเล่นอยู่หน้ากระท่อมเป็นประจำ เลยจากตรงจุดนี้ไป เปี๊ยกไม่เคยที่จะเดินออกไปไหนคนเดียวโดยไม่มีแม่ที่คอยจูงมือเดินเลย

เปี๊ยกยืนนิ่ง ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เขากลัวความมืดที่อยู่ข้างหน้า ความมืดมิดนี้ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน เพราะเปี๊ยกไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้างในระหว่างทางที่จะเดินไป “อย่าว่าแต่รีบวิ่งไปในหมู่บ้านเลย แค่จะเดินเราจะเดินไปได้ยังไง” เปี๊ยกรำพึง ร้องไห้สะอึกสะอื้น สงสารแม่จับขั้วหัวใจ แต่ความรู้สึกกลัวความมืดมิดมันช่างเย็นจับขั้วหัวใจยิ่งกว่า

ระหว่างนั้น มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา และกำลังจะเดินไปอีกทางหนึ่งที่ไม่ใช่ทางไปหมู่บ้าน เห็น เปี๊ยกยืนร้องไห้ เลยถามขึ้นว่า “ไอ้เปี๊ยก เอ็งเป็นอะไร ค่ำมืดป่านนี้ มายืนร้องไห้ทำไม”

“ฉันจะเข้าไปในหมู่บ้านจ้ะลุง ฉันจะไปตามหมอให้มารักษาแม่ แม่เป็นไข้ไม่สบายมาก ฉันสงสารแม่จังเลยจ้ะลุง” เปี๊ยกสะอึกสะอื้นตอบ

“อ้าว ก็รีบไปซิ เอ็งจะมัวยืนเฉยอยู่ทำไม เดี๋ยวก็ไปตามหมอไม่ทันหรอก”

“ฉันกลัว….ฉันกลัวความมืดจ้ะลุง..ฉันมองไม่เห็นทางเลย แล้วฉันจะไปในหมู่บ้านได้ยังไง”

“ไอ้เปี๊ยก ที่เอ็งยืนถือขี้ใต้อยู่นี่ เอ็งมองเห็นทางข้างหน้าได้กี่ก้าว”

“สามก้าวจ้ะลุง”

“งั้นเอ็งก็เดินไปสามก้าวซิ” แล้วเปี๊ยกก็เดินไปข้างหน้าสามก้าวตามที่ชายคนนั้นบอก “เอาล่ะ ไอ้เปี๊ยก เอ็งมองเห็นแสงสว่างที่จะเดินได้อีกกี่ก้าว”

“สามก้าวจ้ะลุง”

“งั้นเอ็งก็เดินไปอีก สามก้าว…เอาล่ะ ไอ้เปี๊ยก..เอ็งมองเห็นได้ทีละสามก้าว เอ็งก็เดินไปทีละสามก้าว เดี๋ยวเอ็งก็จะไปถึงหมู่บ้าน เอ็งรีบไปตามหมอมารักษาแม่เอ็งเถอะ”

เปี๊ยกก้าวเดินไปทีละสามก้าว ทีละสามก้าว ทีละสามก้าว อย่างต่อเนื่อง จากเดินสามก้าวช้าๆ เริ่มเดินสามก้าวเร็วขึ้น เร็วขึ้น และเร็วขึ้น จนเปี๊ยกวิ่งได้ทีละสามก้าว สามก้าว จนไปถึงหมู่บ้าน และตามหมอมารักษาแม่ได้ทันเวลา

ผมอยากเล่านิทานเรื่องนี้ให้ ท่านผู้อ่านได้ลองพิจารณาเรื่องราวของไอ้เปี๊ยก มีเพื่อนรุ่นน้องปริญญาเอกของผมคนหนึ่ง ท้อถอย หมดกำลังใจในการที่จะทำดุษฎีนิพนธ์ให้สำเร็จ ผมเล่านิทานเรื่องไอ้เปี๊ยกให้ฟัง ไม่น่าเชื่อว่า จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนคนนี้กลับขึ้นมาลุกเดินและก้าวต่อไปจนสำเร็จเป็นดุษฎีบัณฑิตอีกคนหนึ่งได้ด้วยความภาคภูมิ

หลายครั้งเราอาจท้อแท้ สิ้นหวัง หมดแรงที่จะลุก หมดหนทางที่จะเดิน ให้นึกถึงเป้าหมายที่เราต้องการไปให้ถึง แล้วไปทีละก้าว ทีละก้าว ทีละก้าว ผมเชื่อมั่นว่า ท่านจะเป็นอีกผู้หนึ่งที่ผ่านพ้นวิกฤตินั้นได้ เหมือน…ไอ้เปี๊ยก

 
8 ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 1, 2012 in Management

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

8 responses to “เรื่องเล่าของไอ้เปี๊ยก

  1. Pimramil Supunpong

    กุมภาพันธ์ 2, 2012 at 2:43 pm

    ขอบคุณที่โลกนี้ มีตัวอย่างเรื่องราว ชื่อไอ้เปี๊ยก และมีผู้ถ่ายทอดเรื่องราวนี้อย่าง ดร.พงศ์ศรันย์ พลศรีเลิศ
    และขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้ได้มารับรู้รับฟัง ในจังหวะชีวิต ที่ถูกต้อง ถูกเวลา เป็นที่สุด ขอบคุณด้วยทั้งหมดของหัวใจ………………….จาก ไอ้เปี๊ยก(น้องของพี่)

     
  2. kwan.chernkwan

    กันยายน 22, 2012 at 6:05 am

    Reading this making me almost cry..Very touchy and motivating!

     
    • phongzahrun

      กันยายน 22, 2012 at 6:47 am

      ขอใช้บทความนี้เป็นกำลังใจให้ขวัญ ก้าวเดินผ่านอุปสรรค เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จเป็น ดร.เชิญขวัญ ดังตั้งใจนะครับ

       
  3. Aea

    พฤศจิกายน 23, 2012 at 12:34 pm

    บทความนี้สามารถเชื่อมโยงในเรื่องของการตัดสินใจ แรงจูงใจ หรือพฤติกรรมองค์การไหมค่ะ

     
    • phongzahrun

      พฤศจิกายน 23, 2012 at 3:31 pm

      เชื่อมโยงครับ การที่เจ้าเปี๊ยกมีความกลัว เพราะความไม่คุ้นเคยกับความมืด และเส้นทางที่ต้องเดินไป ทำให้ไม่กล้าที่จะตัดสินใจทำอะไร ในองค์กรก็เช่นเดียวกัน มีพนักงานและผู้บริหารจำนวนไม่น้อยที่ลังเลในการตัดสินใจ ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะมีความกลัว กลัวความผิดพลาด กลัวความล้มเหลว แต่ถ้าเราสามารถที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเองได้ ด้วยการเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น คิดบวก ไม่กลัว ความลังเลในการตัดสินใจ ก็จะลดน้อยลง

       
      • Kwanyiwa Chaimala

        กุมภาพันธ์ 20, 2014 at 9:34 pm

        ขอบคุณโลกใบนี้นะคะ ขอบคุณความหวังดีจากหัวใจที่บริสุทธิ์ ขอบคุณอาจารย์ที่ทำให้หนูมีกำลังใจอีกครั้ง ขอบคุณคะ

         
  4. ศราวุธ จันไตรรัตน์

    มีนาคม 18, 2014 at 9:29 pm

    ขอบคุณเรื่องเล่าจากไอ้เปี๊ยกที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมได้ก้าวเดินต่อไปถึงจุดหมายทันเวลาครับ

     
  5. Boom

    ธันวาคม 18, 2014 at 4:16 pm

    สู้ค่ะ ขอบคุณอาจารย์สำหรับบทความดีดี ท้อไปหลายสิบครั้ง หยุดบ้างเดินบ้าง งมโข่งบ้าง หมุนวนบ้าง แต่จะไม่ยอมแพ้เลยจนกว่าจะทำได้สำเร็จ เพราะว่าแค่คิดย้อนกลับไปเมื่อวาน ก้รู้สึกได้ว่าเราเก่งขึ้sนกว่าเดิมนิดนึง ขอบคุณนะคะอาจารย์

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: