RSS

จริยธรรม..วิถีสู่คุณค่าที่แท้จริงของธุรกิจ

21 พ.ค.

ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

ผลการจัดอันดับภาพลักษณ์คอร์รัปชันโลกประจำปี 2554 ประเทศไทยสอบได้ความโปร่งใสอันดับที่ 80 จาก 183 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นการจัดอันดับโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International ) ได้เปิดเผยผลการจัดอันดับดรรชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perception Index: CPI) ประจำปี 2554 พบว่า ประเทศไทยได้ 3.4 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน อยู่อันดับที่ 80 จากการจัดอันดับทั้งหมด 183 ประเทศทั่วโลก และอยู่อันดับที่ 11 จาก 26 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ (http://cpi.transparency.org/cpi2011/results)

โดยในปีนี้ ประเทศไทยมีคะแนนเท่ากับ ประเทศโคลัมเบีย เอลซัลวาดอร์ กรีซ โมรอคโค และเปรู ผลการจัดอันดับประจำปีนี้ ประเทศส่วนใหญ่ยังคงมีคะแนนต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง มีเพียง 49 ประเทศเท่านั้นที่ได้คะแนนตั้งแต่ 5 คะแนนขึ้นไป โดยประเทศนิวซีแลนด์สามารถครองแชมป์อันดับหนึ่งในระดับโลก (9.5 คะแนน)และได้คะแนนมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ส่วนเดนมาร์กและฟินแลนด์แชมป์เก่าแม้จะได้คะแนนมากขึ้นแต่ก็เป็นอันดับสอง (9.4 คะแนน)  ขณะที่อันดับสุดท้าย ได้แก่ ประเทศโซมาเลียและเกาหลีเหนือ (1.0 คะแนน)  ส่วนในภูมิภาคเอเชีย สิงคโปร์ยังครองอันดับหนึ่ง (9.2 คะแนน)

ได้มีการจัดอันดับภาพลักษณ์การคอรับชั่นของประเทศต่างๆ มาตั้งแต่ ปี 2541 และคะแนน CPI ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อรณรงค์ให้รัฐบาลและประชาชนของประเทศต่างๆทั่วโลก ได้ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศของตนเองและประเทศอื่นๆทั่วโลก เพื่อจะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

เป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปว่า เป้าหมายของการทำธุรกิจ คือ การทำกำไร และการสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น แต่ถ้าโลกนี้เต็มไปด้วยองค์กรธุรกิจที่คำนึงถึงแต่กำไรเป็นหลัก จนไร้สำนึกด้านจริยธรรมและสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ผมคิดว่าท้ายที่สุดแล้วองค์กรเหล่านั้นก็คงไปไม่รอด และไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการทำกำไร การสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นอย่างที่ตั้งใจไว้

เราเห็นตัวอย่างองค์กรที่ไม่มีจริยธรรมทางธุรกิจมากมายในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น กรณีการทำทุจริตปลอมแปลงตัวเลขทางการเงิน ปกปิดรายจ่าย เพื่อให้งบการเงินของบริษัทดูดีมีกำไรเป็นที่สนใจของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์  ของบริษัท ENRON และ บริษัท WORLDCOM ซึ่งมีบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชี Arthur Anderson ร่วมกระทำการทุจริตด้วย ท้ายที่สุดต้องถูกฟ้องร้องล้มละลาย และสูญเสียความน่าเชื่อถือ

ข้อเท็จจริงก็คือ การตกแต่งตัวเลขทางบัญชีมีมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ก็ตาม เพื่อให้ตัวเลขผลประกอบการมีกำไร ราคาหุ้นจะได้สูงขึ้น และผู้บริหารจะได้รับผลตอบแทนสูงทั้งในรูปเงินเดือน โบนัส และหุ้น เพียงแต่ว่า ไม่ได้มีการเปิดเผยหรือถูกตรวจสอบพบเช่นเดียวกับกรณีของ ENRON, WORLDCOM

มีรายงานผลการวิจัยของ Association of Certified Fraud Examiners ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ทำการสำรวจสถิติการทุจริตภายในของบริษัทเอกชนในสหรัฐอเมริกา ในปี 2002 พบว่า มีสถิติของการยักยอกสินทรัพย์ของบริษัท คิดเป็นสัดส่วน 85% มีความเสียหายเกิดขึ้นโดยค่ากลางเฉลี่ย (Median) US$ 80,000 มีสถิติการคอรัปชั่น คิดเป็นสัดส่วน 12.5 % มีความเสียหายเกิดขึ้นโดยค่ากลางเฉลี่ย US$ 530,000 และ มีสถิติการปลอมแปลงตัวเลขทางการเงิน คิดเป็นสัดส่วน 2.5 % มีความเสียหายเกิดขึ้นโดยค่ากลางเฉลี่ย US$ 4,250,000

ท่านอาจเริ่มตั้งคำถามว่า แล้วบริษัทที่มีจริยธรรมทางธุรกิจล่ะ จะไม่ยกตัวอย่างสักหน่อยหรือ โดยส่วนตัวผมชื่นชมกรณีตัวอย่างของ Mr. Aaron Feuerstein ผู้ก่อตั้ง บริษัท Malden Mills Ind. Inc. อย่างมาก  บริษัทฯ นี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1906 ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอ มีเหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 11 เดือนธันวาคม ปี 1995 ได้เกิดเหตุการณ์หม้อแรงดันไอน้ำ (Boiler)  ระเบิดอย่างรุนแรง  โรงงานได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ มีความจำเป็นต้องหยุดการดำเนินกิจการชั่วคราว เพื่อซ่อมแซม และสร้างโรงงานใหม่ขึ้นมาทดแทน พนักงาน 3,000 คน ต้องหยุดงานเป็นเวลานานประมาณ 3 เดือน

Mr. Aaron Feuerstein ได้กล่าวกับเพื่อนพนักงานของเขาว่า ในช่วงเวลาที่ไม่มีการดำเนินงานประมาณ 3 เดือนนับจากนี้ พนักงานทุกคนจะได้รับการจ่ายค่าจ้างรายเดือนในอัตราปกติเหมือนที่เคยได้รับมา ไม่มีพนักงานคนใดคิดว่าจะได้รับเงินเดือนจริงตามที่ Mr. Aaron Feuerstein กล่าว แต่เมื่อได้รับเงินเดือนของเดือนแรก นำความประหลาดใจมาให้พนักงานทุกคนอย่างมาก เดือนที่สอง และเดือนที่สาม พนักงานทุกคนยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติ มีพนักงานหลายคนร้องไห้ ปลาบปลื้มกับสิ่งที่ได้รับจากบริษัท ลูกค้าของบริษัทฯ ต่างแสดงความชื่นชม และรอคอยการส่งมอบสินค้าของบริษัทด้วยความเต็มใจ ไม่ไปซื้อสินค้าจากบริษัทคู่แข่ง ซัพพลายเออร์  ยินดียืดระยะเวลาการชำระเงินค่าสินค้า /วัตถุดิบ  ธนาคารเจ้าหนี้ ให้ความช่วยเหลือแก่บริษัทในการผ่อนปรนการชำระหนี้ สื่อมวลชนช่วยกันนำเสนอข่าวเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมชาวอเมริกันได้รับรู้

เรื่องจริยธรรมทางธุรกิจ บางท่านอาจมองว่า เป็นเรื่องที่รู้ ๆ กันอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องนำมาพูดกันให้เสียเวลาเลย บางท่านอาจบอกว่า รู้ทั้งรู้ แต่ก็ห้ามใจไม่ได้ หรือ อาจตั้งคำถามว่า แล้วเราจะทำอย่างไรให้องค์กรของเรา เป็นองค์กรที่มีจริยธรรมทางธุรกิจที่ดี

มีลูกศิษย์ผมท่านหนึ่ง นำเอกสารของบริษัท BAXTER ที่ทำงานอยู่มาให้ดู เป็นเอกสารที่ขึ้นหน้าปกว่า “การบริหารที่เป็นเลิศ” พลิกไปดูเนื้อหาด้านใน พบข้อความตอนหนึ่งที่ประทับใจเกี่ยวกับหลักคิดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟัง “แนวทาง กฎ และนโยบายไม่สามารถทำให้เราซื่อสัตย์ สิ่งเหล่านี้แสดงวิถีทางที่เราควรปฏิบัติตามเท่านั้น แต่ละคนต้องตัดสินใจเอง ตามค่านิยมและความกล้าหาญ เมื่อเราทำให้พฤติกรรมที่มีจริยธรรมเป็นการกระทำที่สะท้อนถึงตัวเราอย่างเป็นธรรมชาติเช่นเดียวกับการหายใจ เมื่อนั้นเราก็จะมีการยึดมั่นในหลักการอย่างแท้จริง”

ผมชื่นชอบประโยคตอนท้ายเป็นพิเศษ และเห็นด้วยว่า ถ้าเมื่อใดเราสามารถทำให้เรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องธรรมชาติเช่นเดียวกับการหายใจ  ซึ่งถ้าเราไม่ไปกำหนดการรับรู้ว่าขณะนี้เรากำลังหายใจเข้า หรือ กำลังหายใจออก เราก็ยังคงมีการหายใจเป็นภาวะปกติอยู่ดี เช่นเดียวกัน ถ้าเรามีพฤติกรรมที่มีจริยธรรมที่ดีอย่างเป็นธรรมชาติ เราก็คงไม่ต้องมาถามตัวเองว่า เรากำลังมีพฤติกรรมที่มีจริยธรรมทางธุรกิจที่ดีหรือไม่

แล้วพฤติกรรมที่ไม่มีจริยธรรมทางธุรกิจล่ะเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่องค์กรก็ได้กำหนดแนวทาง กฎ และนโยบายไว้อย่างชัดเจน ให้พนักงานทุกคนยึดถือปฏิบัติตาม ในทัศนะของผมมีความเห็นว่า ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจาก การขาดสภาพแวดล้อมการควบคุมที่ดี ค่านิยมส่วนตัวของพนักงานแต่ละคน และสาเหตุส่วนใหญ่ มาจากผู้บริหารขององค์กร ที่ขาดภาวะผู้นำและอุดมการณ์ทางด้านจริยธรรมธุรกิจ

Prof. Warren Bennis นักวิชาการด้านภาวะผู้นำ ได้กล่าวถึงคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำ ดังนี้ “Integrity is the most important characteristic of a leader, and he or she must be prepared to demonstrate again and again.”  ถ้าเปิดพจนานุกรมเราจะพบความหมายของคำ INTEGRITY ว่าหมายถึง การยึดถือหลักคุณธรรม, ความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้บริหารองค์กรทุกคนที่ต้องมี และต้องแสดงให้เห็นอยู่ตลอดเวลา

ผมจำได้ว่า เมื่อช่วงมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระหว่างการแข่งขันของ จอนห์แครี่ และ บุช คุณสุทธิชัย หยุ่น ได้พูดในรายการ เดอะ เนชั่น ว่า นายจอนห์ แครี่ ซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญของประธานาธิบดี บุช ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนว่า แม่ของเขาได้ให้โอวาท ถ้าชนะการเลือกตั้งและได้เป็นประธานาธิบดี ขอให้จำคำ 3 คำนี้ไว้ให้ดี คือ INTEGRITY, INTEGRITY และ INTEGRITY

Mr.Kazuo Inamori ประธานบริษัท KYOCERA ได้กล่าวว่า “True strength has nothing to do with wealth, fame, or physical power. It is a matter of having the courage to do the right thing.” พลังที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ได้มาด้วยความมั่งคั่ง ชื่อเสียง หรือพละกำลัง แต่เกิดจากความกล้าหาญในการทำสิ่งที่ถูกต้อง

ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ Prof. Warren Bennis ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า

Managers      :  do things right

Leaders          :  do the right things

ประธานผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทเครือซูมิโตโม Mr.MASATOMO SUMITOMO ได้กล่าวไว้ถึงปรัชญาในการดำเนินธุรกิจที่สำคัญคือ “Business must be based on principles of integrity and sound management rather than the pursuit of profit its own sake” มีความหมายว่า “ธุรกิจต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการจัดการที่ดีและมีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม มากกว่า การมุ่งแสวงหากำไร เพื่อประโยชน์ส่วนตน”

จะเห็นได้ว่า การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมที่ดี เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยอุดมการณ์ ความมุ่งมั่นของผู้บริหารและพนักงานทุกคนในองค์กร ในการที่จะประพฤติ ปฏิบัติอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยความกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ร่วมกันพัฒนาให้เป็นสังคมที่มีอุดมการณ์อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ความดี ความงาม เพื่อประโยชน์ส่วนตน สังคม และสาธารณะ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 21, 2012 in Management

 

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: