RSS

ไอเดียธุรกิจ ช่วงเข้าพรรษา

15 ก.ค.


ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม รายการ SMART SME สถานีวิทยุครอบครัวข่าว FM 106 MHz ได้สัมภาษณ์พูดคุยกับผมในประเด็น ไอเดียธุรกิจข่วงเข้าพรรษา เลยขอนำมาถ่ายทอดเป็นบทความให้ได้อ่านกันนะครับ

ถาม อาจารย์คะ สัปดาห์หน้า วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม เป็นวันเข้าพรรษาแล้วนะคะ อยากถามอาจารย์ว่า ในมุมมองเชิงธุรกิจ เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจอะไรได้บ้างคะ

ตอบ ครับคุณปุ๊ก วันเข้าพรรษาจะเริ่มต้นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8  เป็นวันที่พระสงฆ์ จะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกติดปากกันโดยทั่วไปว่า “จำพรรษา” นะครับ

อย่างไรก็ตาม แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของพระภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญรักษาศีล และชำระจิตใจให้ผ่องใส ในช่วงระยะเวลาเข้าพรรษา บางคนอาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่าง ๆ เป็นกรณีพิเศษ  เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น และที่สำคัญ มักจะมีการจัดพิธีอุปสมบทพระใหม่ โดยถือกันว่าการเข้าบวชเรียนและอยู่จำพรรษาในระหว่างนี้จะได้รับอานิสงส์อย่างสูง ซึ่งในช่วงเข้าพรรษาจะมีพระจำพรรษาอยู่เป็นจำนวนมาก ญาติโยมของพระใหม่ ก็จะถือโอกาสนี้ในการเข้าวัดทำบุญบ่อยครั้งเป็นพิเศษนะครับ

ที่คุณปุ๊กถามผมว่า ในช่วงเข้าพรรษาเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจอะไรได้บ้าง ผมอยากบอกว่า สินค้าอะไรที่คนนิยมซื้อไปทำบุญ เป็นโอกาสทางธุรกิจได้หมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสังฆภัณฑ์ เครื่องสังฆทาน อาหารแห้ง ของใช้ส่วนตัวสำหรับพระสงฆ์ และสามเณร ล้วนมีโอกาสทางธุรกิจทั้งนั้นครับ

เพียงแต่ว่า วันนี้รสนิยม ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ธุรกิจอะไรที่ทำในรูปแบบเดิมๆ ก็คงได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคน้อยลง คงต้องใส่ไอเดียลงไปกันบ้างนะครับ

ถาม อาจารย์พูดถึง “ไอเดีย” ทำให้ปุ๊กนึกถึง ว่า เคยได้ยินพระท่านพูดเรื่องการถวายสังฆทาน ที่บางทีญาติโยมซื้อยกชุดมาถวาย แล้วสิ่งของที่อยู่ข้างในถัง บางอย่างก็หมดอายุ บางอย่างก็คุณภาพแย่มาก พระท่านนำไปใช้ไม่ได้ เสียทั้งเงิน เสียทั้งของ อย่างชุดสังฆทานที่ทำกันเป็นธุรกิจ เราจะใส่ไอเดียลงไปอย่างไรได้บ้างคะ

ตอบ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้เคยสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องสังฆทาน พบว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของคนกรุงเทพฯ ในการซื้อเครื่องสังฆทานสำเร็จรูปประมาณเดือนละ 300-500 บาท/ครัวเรือน หรือตกประมาณ 800 ล้านบาท/ปี โดยร้านที่คนกรุงเทพฯ นิยมซื้อเครื่องสังฆทานมากที่สุด คือ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ รองลงมา คือ ร้านค้าทั่วไปและร้านค้าในวัด ประเมินว่าเม็ดเงินที่กระจายอยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสังฆทานจะมีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านบาท ในขณะที่สินค้าสังฆภัณฑ์ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเติบโตสูงถึงร้อยละ 10-15 ทุกปี

แม้ว่าชาวพุทธจะนิยมทำบุญถวายสังฆทานอยู่สม่ำเสมอ แต่ปัจจุบันความเร่งรีบในชีวิตประจำวันและเวลาที่จำกัด อีกทั้งต้องการความสะดวกสบาย ประกอบกับข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าบรรจุในชุดสังฆทานที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน ก็อาจะทำให้ผู้บริโภคใส่ใจการในเลือกซื้อชุดสังฆทานเพิ่มขึ้นนะครับ

ผู้ประกอบการในธุรกิจนี้เป็นผู้ผลิตสินค้าที่อิงกับกระแสพระพุทธศาสนา การที่จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินธุรกิจได้ในระยะยาว สิ่งสำคัญคือ การเน้นในเรื่อง “คุณภาพของสินค้า” ถือเป็นหัวใจหลักของธุรกิจสังฆทาน เนื่องจากในอดีตการทำธุรกิจสังฆทานที่ประสบปัญหาสินค้าหมดอายุ หรือสินค้าบางอย่างไม่เหมาะสมกับพระสงฆ์ ก่อเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อธุรกิจสังฆทาน

ดังนั้น ความเชื่อใจระหว่างลูกค้าและผู้ประกอบการในเรื่องของคุณภาพสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ประกอบควรมีการตรวจสอบและคัดเลือกสินค้าที่ได้มาตรฐาน และจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่ระบุว่า จะต้องมีการติดฉลากบอกรายละเอียดของสินค้า เกี่ยวกับวันผลิต ส่วนประกอบ วันหมดอายุและราคา รวมไปถึงการแนบชื่อของบริษัทหรือร้านค้าของผู้ประกอบการลงไปในสังฆภัณฑ์ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบ หากว่าสินค้าหมดอายุไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะสามารถซื้อใจลูกค้าได้มากขึ้น

บรรจุภัณฑ์คือหน้าตาของสินค้า ดังนั้น ควรมีการออกแบบการบรรจุชุดสังฆทานให้มีความทันสมัย จะสามารถดึงดูดใจผู้บริโภคได้หลายหลากกลุ่ม ชุดสังฆทานไม่จำเป็นต้องอยู่ในถังสีเหลืองหรือสีส้มเท่านั้นนะครับ กล่องพลาสติค

กระเป๋าพลาสติค ถุงพลาสติคใสอย่างหนา รวมไปถึงย่ามพระ ที่พระท่านสามารถนำไปใช้ต่อได้ ก็เป็นอีกทางเลือกในการใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ ผมว่าบางวัดมีถังสังฆทานพลาสติคเหลือใช้เยอะมาก จนทางวัดต้องนำออกไปจำหน่าย นอกจากนั้นควรมีการปรับกลยุทธ์การจัดวางสินค้าให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ในหลากหลายระดับราคา เพื่อให้ลูกค้ามีสิทธิ์เลือก แทนที่ทุกอย่างจะถูกบรรจุลงไปในถังสังฆทานเรียบร้อยแล้ว ควรจัดสินค้าให้เป็นหมวดหมู่ หรือการจัดสินค้าที่เหมาะสมถวายในแต่ละโอกาส แล้วค่อยนำมาจัดลงในภาชนะบรรจุให้แก่ลูกค้า

ถาม อาจารย์คะ ธุรกิจสังฆภัณฑ์ สังฆทาน จำเป็นมั๊ยคะว่าต้องอยู่ใกล้วัด บางคนอยากเข้ามาทำธุรกิจนี้ แต่หาทำเลใกล้วัดไม่ได้เลย มีข้อแนะนำอะไรบ้างคะ

ตอบ ผมว่าวันนี้ ช่องทางจำหน่ายสังฆภัณฑ์ และ สังฆทาน ที่ผู้บริโภคนิยมไปหาซื้อกัน ก็คือ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ อย่างเช่น เทสโก้ บิ๊กซี แมคโคร ซึ่งเราจะพบมีการจัดพื้นที่การขายในห้างมากขึ้น และมีประเภทสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น นั่นแสดงให้เห็นว่า มีดีมานด์ หรือ ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าผ่านช่องทางจำหน่ายที่เป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่

ช่องทางจำหน่ายเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย ก็คือ ร้านค้าจำหน่ายชุดสังฆทานที่ตั้งอยู่หน้าวัด หรือ แม้แต่ร้านค้าจำหน่ายในวัด ช่องทางจำหน่ายนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่อาจจะไม่มีเวลาไปจัดเตรียม หาซื้อของมาทำบุญ ก็เลยมาหวังพึ่งร้านค้าหน้าวัด เพราะสะดวกและใกล้วัดที่สุด

แต่ผู้ประกอบการใหม่จะไปเปิดร้านค้าแข่งกับร้านเจ้าเดิม ก็คงจะหาพื้นที่ยากนะครับ ดังนั้นผู้ประกอบการที่ไม่มีทำเลที่ตั้งที่อยู่ในละแวกวัด อาจจะหาทำเลที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นจุดที่คนสามารถสังเกต หรือมองเห็นได้ง่าย สะดวกในการเดินทางไปใช้บริการ อาทิ แหล่งชุมชน สถานที่ราชการ โรงพยาบาลหรือออฟฟิศ ซึ่งผู้ประกอบการที่มีทำเลในละแวกนี้จะมีข้อได้เปรียบในเรื่องของตอบสนองของกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน และกลุ่มครอบครัวเดี่ยวในตัวเมืองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มลูกค้าองค์กรและบริษัทต่างๆ ที่จะเข้ามาเป็นลูกค้าประจำเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคที่มีความจำกัดในเรื่องของเวลาและแหล่งซื้อ อีกทั้งยังสามารถซื้อเก็บไว้ได้ นะครับ

ถาม อาจารย์คะ พอช่วงเข้าพรรษา หลายคนอาจอยากที่จะไปไหว้พระทำบุญกันเป็นประจำ หลายคนก็บ่นว่า เวลาไปไหว้พระทีไร พากันแสบตา แสบจมูก เพราะควันธูป จะไม่จุดธูปไหว้พระ ก็เกรงว่าจะเป็นการไม่แสดงความเคารพ ไม่สบายใจ ก็เลยต้องทนกันไป  ปุ๊ก เคยได้ยินว่า มีนวัตกรรม อย่างธูปไร้ควัน หรือ ธูปควันน้อย อาจารย์ว่า เป็นไอเดียธุรกิจที่ตอบโจทย์เรื่องนี้มั๊ยคะ 

ตอบ คุณปุ๊กครับ มีงานวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับอันตรายของควันธูป พบว่า ควันธูปมีสารก่อมะเร็ง ที่เกิดจากการเผาไหม้ของกาวและน้ำหอม เป็นสำคัญ ธูป 1 ดอก จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 325 กรัม และก๊าซมีเทน 7 กรัม ซึ่งมีศักยภาพเท่ากับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถึง 23 เท่า นอกจากนี้ยังมีสารพิษอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งมีส่วนในการก่อให้เกิดมะเร็งชนิดต่างๆ อาทิ มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งในระบบเลือด มะเร็งปอด และมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ

ควันธูปในวัดส่งผลอันตรายต่อประชาชน โดยเฉพาะกับพระสงฆ์ คนงานที่ทำงานในวัด ที่สำคัญที่มองข้ามไม่ได้คือการจุดธูปในบ้าน ตามความเชื่อและประเพณีที่ปฏิบัติกันมาแต่โบราณ เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงทำให้มีควันธูปในบ้านมาก ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยธูป 3 ดอก สามารถปล่อยมลพิษและสารก่อมะเร็งได้เทียบเท่าสี่แยกไฟแดงที่มีการจราจรคับคั่ง

กรณีของธูปไร้ควัน หรือธูปอโรมา ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า ธุปที่มีควันเยอะๆ นะครับ แต่คุณปุ๊กครับ เคยมีงานวิจัย ที่พบว่า ธุปไร้ควันก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับสารก่อมะเร็ง เช่นเดียวกันกับธูปทั่วไปนะครับ

ถ้าจะตอบโจทย์เรื่องนี้จริงๆ ผมก็ตั้งคำถามว่า ทำไม ก้านธูป ต้องมีปริมาณเนื้อธูปที่ยาว และเยอะ จำเป็นหรือไม่ว่า ธูป 1 ดอก ต้องจุดให้ได้นานเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที ถ้าเราทำธูปที่มีปริมาณเนื้อธูปเพียงเล็กน้อย และธูปหมดภายในเวลา 2-3 นาที จะตอบโจทย์ที่ดีกว่าหรือไม่นะครับ

ถาม อาจารย์คะ พูดถึงธูปแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะขอ แชร์ประสบการณ์ เกี่ยวกับ เทียน สักนิดนะคะ ปลายปีที่แล้ว ปุ๊กได้มีโอกาสเยี่ยมชมกิจการ “เทียนบูชาไม่มีน้ำตาเทียน”  ปั้นด้วยมือทำจากไขผึ้งบริสุทธิ์ 100% ไม่มีส่วนผสมของพาราฟิน ที่เป็นสารก่อให้เกิดมะเร็ง เนื่องจากเป็นเทียนที่ทำจากธรรมชาติจึงไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  มีควันน้อย ไร้กลิ่น ลักษณะเทียนจะนุ่มและอ่อนตัวสามารถยึดเกาะกับวัตถุได้โดยไม่ต้องใช้ไฟหลอม เมื่อเกิดการเผาไหม้ก็จะไม่มีน้ำตาเทียนหยดและระเหยไปในอากาศจนหมด ไม่ทำให้ภาชนะที่ยึดเกาะสกปรก ส่วนไส้เทียน ทำมาจากเส้นด้ายจากฝ้ายธรรมชาติ 100% ขนาดที่ทำการจำหน่าย บรรจุเทียน 2 เล่มต่อ 1กล่อง ขนาดเทียนมีความสูง 24ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 ซม.สามารถจุดไฟต่อเนื่อง นาน 2 ชั่วโมง 30นาที ราคากล่องละประมาณ 100 กว่าบาท อันนี้ก็เป็นตัวอย่างไอเดียทางธุรกิจที่ดี นะคะอาจารย์ อีกธุรกิจหนึ่งที่ ปุ๊ก นึกถึง ในช่วงเข้าพรรษา ก็คือ ทองคำเปลว นะคะ อาจารย์มองธุรกิจนี้อย่างไรบ้างคะ

ตอบ คุณปุ๊กครับ ผมวิเคราะห์จากมุมมองของคนที่ไม่ได้มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้นะครับ ซึ่งอาจจะวิเคราะห์ได้ไม่ลึก และไม่ตรงมากนัก เท่าที่รู้มาก็คือ การทำธุรกิจทองคำเปลว ไม่ใช่ว่าเป็นธุรกิจที่ใครก็จะทำได้นะครับ เพราะมีปัจจัยสำคัญในธุรกิจนี้ อยู่ 2 ประการ คือ 1. ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนพอสมควร เพราะว่าต้องใช้เงินในการซื้อทองคำแท่งมาเป็นวัตถุดิบหลัก  และ 2. ต้องมีความรู้ทางเทคนิค และช่างฝีมือในการตีทอง เพราะว่า ต้องอาศัยประสบการณ์ ทักษะ และความชำนาญ และพละกำลังในการตีทองให้เรียบเนียน แผ่ขยายให้ได้มากที่สุด และเข้าไปในกระดาษได้ แต่ถ้าตีแรงจนเกินไปกระดาษอาจจะขาดหรือทองแตกไม่เป็นแผ่นนำไปตัดก็ได้ไม่คุ้ม

และยังมีขั้นตอนอื่นๆ ที่ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะอีกมาก ทองคำเปลว จึงถือเป็นหัตถศิลป์ในกลุ่มของงานช่างสิบหมู่ ซึ่งต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ประณีต และพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ดังนั้น จึงไม่ใช่ว่าใครก็จะเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ได้ง่ายนะครับ

คำถามสำคัญ ก็คือว่า จะอยู่ในธุรกิจนี้ให้ยั่งยืนได้อย่างไร จากปัจจัยสำคัญของธุรกิจ คือ ช่างฝีมือในการตีทอง และ ตัดทองออกเป็นแผ่นเล็กๆ ให้ได้ตามขนาดที่กำหนด เป็นงานฝีมือที่ ผู้ประกอบการต้องสร้างช่างรุ่นใหม่เข้ามาเสริม หรือ ทดแทนช่างรุ่นก่อน ที่อาจจะเหลือน้อยลง ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์คนที่ทำธุรกิจทองคำเปลว มีคนถามว่า ทำไมไม่ใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคน เขาก็บอกว่า เครื่องจักรไม่สามารถผ่อนแรงหนักเบาได้เหมือนแรงของช่างฝีมือ คุณภาพของทองคำเปลวที่ออกมา จะสู้คุณภาพของช่างตีทองไม่ได้ ครับ

เมื่อใช้แรงงานฝีมือ ไม่ใช้เครื่องจักร ก็จะมีต้นทุนเฉลี่ยต่อแผ่นสูงนะครับ ไปจำหน่ายอยู่ในวัด คู่กับชุดธูปเทียนดอกไม้บูชาก็คงไม่เหมาะ ทองคำเปลวที่บางวัดจัดหามานั้น เป็น ทองสังเคราะห์นะครับ พวกนี้จะมีต้นทุนต่ำกว่ามาก บางทีเราก็ไม่มีความรู้ และบางทีเราก็ไม่ได้สนใจว่า จะเป็นทองคำเปลวแท้หรือไม่ ขอเพียงได้ทำบุญ ปิดทององค์พระ เราก็พอใจแล้ว

ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในธุรกิจทองคำเปลวที่มีคุณภาพสูง เขาจึงมองตลาดที่มีความต้องการใช้ทองคำเปลวที่มีความบริสุทธ์ สวยงาม เช่น งานตบแต่งที่ต้องใช้ทองคำเปลวคุณภาพสูง ธุรกิจสปา และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ที่ใช้ทองคำเป็นส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์ หรือขั้นตอนการบริการ ซึ่งจะทำให้สามารถเรียกราคาของสินค้า และบริการเพิ่มขึ้นได้นะครับ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 15, 2013 in Management, Marketing, SMEs Strategy

 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: