RSS

โอกาสทางการตลาดของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ

05 ส.ค.

ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม ผมได้ให้สัมภาษณ์รายการ SMART SME วิทยุครอบครัวข่าว FM 106 MHz ในประเด็น โอกาสสำหรับธุรกิจผู้สูงอายุ เลยนำมาถ่ายทอดเป็นบทความให้ได้อ่านกันครับ

ถาม อาจารย์คะ สัปดาห์นี้เราต้อนรับวันแม่ในสัปดาห์หน้า ด้วยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุกันนะคะ อยากถามอาจารย์ในเบื้องต้นก่อนว่า เวลาที่เขานิยามคำว่า ผู้สูงอายุจะหมายถึงประชากรที่มีอายุเท่าไรขึ้นไป หรือว่ามี คุณลักษณะ อย่างไรคะ

ตอบ คำว่า ผู้สูงอายุ” ในทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้คำนิยามว่า คือ ผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ตรงนี้มีประเด็นสำคัญนะครับ การนิยามว่า ผู้สูงอายุ คือ คนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทำให้การเกษียณอายุของคนวัยทำงานในบ้านเรา สิ้นสุดที่อายุ 60 ปี ทั้งภาครัฐ และเอกชน แต่เราจะพบว่า ผู้ใหญ่บางท่านที่มีอายุ เกิน 60 ปี ยังกระชับกระเฉง คล่องแล่ว สติปัญญายังว่องไว เฉียบคม มากกว่าคนวัยทำงานที่มีอายุ น้อยกว่า 60 ปี อีกนะครับ

ในอีกมิติหนึ่ง เราอาจจะพิจารณาจาก กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย และจิตใจ ก็ได้นะครับ ตัวอย่างเช่น บางท่าน อายุ 55 ปี อาจมีปัญหาสภาพร่างกาย  ปวดเอว ปวดตามข้อ เดินไปไกล ๆ  ไม่ไหว ทำงานหนักไม่ค่อยได้ เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง เป็นต้น

ผมมีญาติผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่ง อายุท่านใกล้จะ 80 แล้วนะครับ แต่สมรรถนะของท่าน ทั้งร่างกาย และสติปัญญา ผมว่า คนอายุ 50 กว่ายังต้องอาย อย่าไปเรียกท่านว่า ผู้สูงอายุเชียวนะครับ มีเคือง

พอเราเอาตัวเลขอายุ 60 ปี เพียงอย่างเดียว ไปขีดเส้น คำว่า “ผู้สูงอายุ” ผมอยากบอกว่า ประเทศไทยมีสถิติของจำนวนผู้สูงอายุที่น่าตกใจนะครับ คุณปุ๊ก

ปัญหาโครงสร้างประชากรที่สำคัญของไทย ตอนนี้ เรามีอัตราการเกิดลดลง  อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2503 เป็นต้นมา คือ อัตราการเกิดเฉลี่ยในระหว่างปี 2503-2513 เป็นร้อยละ 2.70 ต่อปี ระหว่างปี 2533-2543 ลดลงเหลือเฉลี่ยร้อยละ 1.05 ต่อปี และระหว่างปี 2543-2553 ลดลงเหลือเฉลี่ยร้อยละ 0.77 ต่อปี คาดการณ์ว่า ในปี 2553 – 2563 น่าจะต่ำกว่า ร้อยละ 0.5 ต่อปี โดยเฉลี่ยนะครับ

สาเหตุสำคัญมาจาก อัตราการแต่งงานลดน้อยลง มีจำนวนบุตรในครอบครัวน้อยลง อัตราการหย่าร้างสูงขึ้น โครงสร้างประชากรบ้านเรามีผู้หญิงมากกว่า ผู้ชาย นะครับ  เรามีจำนวนผู้ชาย 1 คน ต่อ จำนวนผู้หญิง 1.56 คน

ในขณะที่ อัตราการตายของประชากรบ้านเราในช่วงวัยทำงาน ไปจนถึงวัยผู้สูงอายุ ก็ลดต่ำลง ทำให้โครงสร้างประชากรบ้านเรากำลังเข้าสู่การเป็นรูป พีรามิด กลับหัว โดยฐานของ พีรามิดจะเป็นกลุ่มผู้ที่มีอายุน้อย และเพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นชั้นๆ ชั้นละ 5 ปี

ถาม อาจารย์คะ ฟังจากที่อาจารย์เล่า ปุ๊กมองเห็นภาพว่า ในอนาคต ประเทศไทยก็จะมีจำนวนของผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นถูกต้องมั๊ยคะ

ตอบ ถูกต้องแล้วครับ ได้มีการเปรียบเทียบตัวเลขจำนวนประชากรของกลุ่มวัยทำงาน อายุ 25-59 ปี กับ จำนวนประชากรของกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ในบ้านเรา พบว่า   ประเทศไทยมีอัตราส่วนพึ่งพิงวัยแรงงานมีแนวโน้มน่าเป็นห่วง คือในปี 2551 มีอัตราส่วนวัยแรงงาน 6 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน ต่อมาปี  2553 มีอัตราส่วนวัยแรงงานลดลงเหลือ 5.7 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คน ในปี 2563 คาดว่าจะมีอัตราส่วนวัยแรงงานลดลงเหลือ 4 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน  และในปี  2573  จะมีอัตราส่วนวัยแรงงานลดลงเหลือเพียง  2 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน

ตัวเลขอัตราส่วนนี้บอกเราว่า ถ้าเราใช้เกณฑ์การแบ่งกลุ่มผู้สูงอายุจากตัวเลข 60 ปี และถูกนิยามว่า เป็นวัยที่ไม่มีศักยภาพต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแล้ว เราจะเหลือจำนวนคนที่สามารถทำงานเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ลดน้อยลง

คุณปุ๊กทราบมั๊ยครับว่า ประเทศไทย มีจำนวนผู้สูอายุ เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งแม้กระทั่งประเทศสิงค์โปร์เอง ก็ยังมองว่า การที่มีอัตราของประชากรวัยทำงานต่อวัยผู้สูงอายุลดลง เป็นสภาวะอันตรายต่อประเทศของเขาอย่างมากในอนาคต จนต้องกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องหาทางเพิ่มประชากร และอัตราการเกิด

คุณปุ๊กครับ มีงานวิจัยของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย ทำการศึกษาบทเรียนและประสบการณ์จาก 5 ประเทศ มี อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว และจะมีสัดส่วนประชากรกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น ปัญหาที่พบเหมือนกันคือ ด้านเศรษฐกิจ บำเหน็จบำนาญของภาครัฐ ผู้สูงอายุมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะใช้ในวัยที่เลิกทำงาน เกิดปัญหาความยากจนในกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น

ประเทศเหล่านี้ เขามีแนวทางการแก้ปัญหาความยากจนในกลุ่มผู้สูงอายุ ด้วยการกำหนดเป็นแผนระยะยาว ให้ยืดระยะเวลาของการเกษียณอายุออกไป จาก 60 ปี เป็น 65 ปี และสิ่งสำคัญ ต้องเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ สมรรถนะของกลุ่มคนที่เข้าสู่วัย 60 ให้ยังคงสามารถทำงานต่อได้ และเปลี่ยนความคิดของคนรุ่นหลังๆ ที่มองผู้สูงอายุในเชิงลบ ว่าเป็นภาระของสังคมด้วยนะครับ

ถาม อาจารย์คะ จากการที่เรามีอัตราการเพิ่มของประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น เราจะมองเป็นโอกาสในการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ ได้อย่างไรคะ

ตอบ ในการมองหาโอกาสทางธุรกิจผมอยากแนะนำให้คุณผู้ฟัง แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็นส่วนๆ ก่อนนะครับ เพื่อที่จะใช้เป็นแนวทางในการประเมินความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม แล้วจึงค่อยเลือกที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มใด

ได้มีการวิเคราะห์การทำการตลาดกับกลุ่มเบบี้ บูมเมอร์ หรือกลุ่มผู้สูงวัยที่นักการตลาดต้องมองให้ละเอียดถึงความแตกต่างด้านความต้องการที่ไม่ได้เป็นแพทเทิร์นดียวกันไปหมด ผลการศึกษาวิจัย เผยพฤติกรรมผู้บริโภควัยเกษียณอายุ 55 ปีขึ้นไปไลฟ์สไตล์ต่างกันต้องแตกเซ็กเมนต์ย่อยสนองความต้องการที่แตกต่างกันไป

ผมขอยกตัวอย่าง สมมุติว่าผมเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ทั้งการรักษา และการดูแลสุขภาพ ผมอาจจะใช้เกณฑ์อายุในการแบ่งส่วนการตลาด เป็น กลุ่มผู้สูงอายุก่อนวัยเกษียณ อายุ 56-59 ปี กลุ่มหนึ่ง อายุ 60- 69 ปี กลุ่มหนึ่ง และอายุ 70 ปีขึ้นไปกลุ่มหนึ่ง  ทั้ง 3 กลุ่ม จะมีความต้องการในเรื่องของการรักษาและการดูแลสุขภาพแตกต่างกันไป

ในวัยก่อนเกษียณช่วงอายุ 56-59 ปี กลุ่มนี้มองว่าตัวเองอายุอ่อนว่าความเป็นจริงถึง 5-10 ปี พวกเขารู้สึกว่าไลฟ์สไตล์ของตัวเองเหมือนกับคนอื่นๆทั่วไป พวกเขาให้ความสนใจในการแก้ปัญหาความร่วงโรยแห่งวัยของตัวเอง และวิตกกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียความเยาว์วัย กลุ่มนี้ยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์ด้านค่ารักษาพยาบาลจากสวัสดิการของที่ทำงานได้ การตรวจสุขภาพอย่างเข้มข้นทุกปี และการเตรียมความพร้อมสุขภาพร่างกาย จิตใจ ก่อนวัยเกษียณ และการคืนความอ่อนเยาว์ให้กับสุขภาพ และผิวพรรณ ก็อาจจะเป็นประเด็นปัญหาสำคัญที่ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการ เช่นเดียวกับความกังวล ในโรคที่ผู้สูงอายุเริ่มจะเป็นกันมากขึ้น เช่น กลุ่มโรคมะเร็ง กลุ่มโรคหัวใจ และกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง ก็เป็นโอกาสทางธุรกิจที่เราจะหยิบเอาเรื่องนี้มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ หรือ บริการเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความกังวลเหล่านี้ให้ลดน้อยลง

กลุ่มที่ 2 อายุ 60 – 69 ปี กลุ่มนี้หลายคนยังกระฉับกระเฉง ปัญหาสุขภาพยังไม่ค่อยปรากฎมากนัก แต่หลายคนก็เริ่มมีอาการเจ็บป่วยตามวัย  ไม่ว่าจะเป็นการฟัง, การมองเห็น, ความอดทน, ระยะเวลาในการโต้ตอบกลับ, ความแข็งแกร่งของร่างกาย และประสาทสัมผัสที่เฉื่อยลง ปัญหาจากการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น เช่น ปัญหาจากการก้มโค้งตัวลง แม้ร่างกายจะแก่ตัวลง แต่จิตใจกลับไม่แก่ตามร่างกาย ส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยที่สามารถดูแลตนเองได้ แต่ปัญหาสำคัญคือ ความเหงา และ ความต้องการที่จะมีงานอดิเรกทำ หรือ ความต้องการอิสระ ความต้องการท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ

เราอาจตอบสนองลูกค้ากลุ่มนี้ ด้วยการจัดกิจกรรมสันทนาการ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มนี้ที่ยังสามารถดูแลตนเองได้

กลุ่มที่ 3 ผู้สูงอายุที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งเริ่มเข้าสู่สภาวะที่ร่างกายถดถอยอย่างมาก เริ่มช่วยเหลือตนเองได้น้อยลง ในขณะที่ลูกหลานกำลังอยู่ในช่วงวัยทำงาน การให้บริการดูแลเสมือนญาติมิตร ตลอด 24 ชั่วโมง หรือในช่วงกลางวัน ก็จะเป็นโอกาสทางธุรกิจจากลูกค้ากลุ่มนี้ นะครับ

ถาม อาจารย์คะ จากที่อาจารย์พูดมา แสดงว่า การที่เราจะมองหาโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้สูงอายุ เราควรเริ่มต้นจาก การแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็นส่วนๆ ก่อน แล้วดูว่า ในแต่ละกลุ่มลูกค้ามีปัญหา ความต้องการอะไร เราก็หยิบเอาความต้องการนั้นมาใช้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ถูกต้องมั๊ยคะ

ตอบ ถูกต้องแล้วครับ คุณปุ๊ก ผู้สูงอายุจะมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่สำคัญ เช่น การสูญเสียฟัน ผิวหนังเหี่ยวย่นเพิ่มขึ้น สีผมเปลี่ยนเป็นสีเทา หรือสีขาว ความสามารถในการมองเห็นลดลง การรับรู้ทางเสียงลดลง กลั้นปัสสาวะได้น้อยลง ร่างกายเคลื่อนไหวได้น้อยลง และใช้เวลามากขึ้น การใช้ความจำน้อยลง รวมไปถึง สมรรถภาพทางเพศลดลง หรือหมดไป

ปัญหาเหล่านี้ เราสามารถหยิบยกมาเป็นโอกาสทางธุรกิจได้นะครับ ผลิตภัณฑ์หลายอย่าง ก็ใช้โอกาสจากปัญหาสุขภาพและความต้องการของผู้สูงอายุ เช่น ผลิตภัณฑ์ช่องปากที่ช่วยเรื่องฟันปลอม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมที่ลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อไตของผู้สูงอายุ เครื่องช่วยฟัง ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ เครื่องช่วยในการเดิน รองเท้ากันลื่นและสวมใส่สบาย โทรศัพท์มือถือจอใหญ่แป้นพิมพ์ใหญ่พร้อมเสียงดังฟังชัด ยาบำรุงกำลังกระตุ้นสมรรถนะทางเพศ และอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถใช้เป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้สูงอายุได้นะครับ

ถาม อาจารย์คะ ปุ๊กมีความเห็นว่า ผลิตภัณฑ์หรือบริการบางอย่าง ก็คงไม่สามารถตอบสนองต่อผู้สูงอายุได้ทุกคน เพราะว่า กำลังซื้อ ฐานะทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป พฤติกรรมการดำรงชีวิตก็ต่างกัน การได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและลูกหลานก็แตกต่างกันไป ซึ่งจะมีผลต่อการตระหนักในปัญหาความต้องการ และพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อที่ต่างกันออกไป ถูกต้องมั๊ยคะ

ดังนั้น โอกาสทางการตลาดเฉพาะในประเทศไทยก็คงจะมีอยู่ในปริมาณที่จำกัด ถ้าเราจะมองโอกาสทางธุรกิจให้ไกลออกไปถึงตลาดผู้สูงอายุกลุ่ม AEC หรือ กลุ่มเอเชีย อาจารย์มีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไรคะ

ตอบ ตอนนี้เอเชีย เป็นภูมิภาคโตเร็วสุดเทียบส่วนอื่นของโลก องค์การสหประชาชาติคาดว่า ทวีปเอเชียจะมีวัยเกษียณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้มีอายุเกิน 60 ปีจะมีสัดส่วน 62%ของประชากรในเอเชียภายในปี 2593 ซึ่งเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสทำธุรกิจในตลาดผู้บริโภควัยเกษียณมีกำลังซื้อสูงและเพิ่มจำนวนมากขึ้นในช่วง  2-3 ทศวรรษหน้า

นั่นหมายความว่า ถ้าเราขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเชียน โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อที่เป็นตลาดระดับกลาง ถึงระดับบน ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยขยายฐานการตลาดลงมายังตลาดระดับล่างในอนาคต ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจของเรานะครับ ทีนี้เรามาดูกันว่า มีธุรกิจอะไรที่มีโอกาสจากประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นได้บ้าง

1.ธุรกิจดูแลสุขภาพ อุตสาหกรรมบริการการแพทย์ดูแลสุขภาพในเอเชีย จะขยายตัวตามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร รายได้สูงขึ้นและกลุ่มชนชั้นกลางขยายตัวเร็ว ล้วนสนับสนุนความต้องการบริการดูแลสุขภาพและการแพทย์ กลุ่มบริษัทผลิตยาและผู้ให้บริการดูแลสุขภาพหรือผู้ผลิตสินค้าการแพทย์ ล้วนเป็นธุรกิจสำคัญเก็บเกี่ยวประโยชน์จากแนวโน้มเอเชียขยายตัวเร็ว ในช่วง 10 ปีข้างหน้า

2.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คอนโด หมู่บ้าน หรือ ชุมชน สำหรับวัยเกษียณการเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น บวกต้นทุนจ้างผู้ดูแลสูงขึ้น ทำให้ครอบครัวคนเอเชียเผชิญความยากลำบากในการดูแลผู้สูงวัย และความต้องการที่อยู่อาศัย พร้อมการให้บริการด้านสุขภาพ สำหรับผู้สูงวัยในภูมิภาคนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

3.การท่องเที่ยวของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุจะมีความพอใจ และความสนุกกับการนำเงินออมมาใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว ที่ไม่ต้องเร่งรีบ อย่างการท่องเที่ยวทางทะเล เช่น บริษัท คาร์นิวัล ผู้ผลิตเรือสำราญรายใหญ่สุดของโลก ประกาศจะเข้าตลาดญี่ปุ่นที่มีผู้สูงวัยอายุเกิน 65 ปีคิดเป็น 25% ของทั้งประเทศ ด้วยการเสนอเรือสำราญรูปแบบแตกต่างกัน 9 รุ่น ภายในปี 2556 นี้

4.สตรีสูงอายุเป้าหมายขายสินค้าระดับหรู จากข้อมูลของเวลธ์-เอกซ์ บริษัทสำรวจความร่ำรวยของคนทั่วโลก ระบุว่า 23% ของสตรีสูงวัยในเอเชียมีกำลังใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อซื้อรถหรู งานศิลปะ สินค้าแฟชั่นหรู จึงเป็นโอกาสที่ดีให้กลุ่มผู้ผลิตสินค้าหรูเข้ามาทำเงินในเอเชีย

5.ธุรกิจประกันสำหรับผู้สูงอายุ ประชากรสูงวัยเพิ่มจำนวนมากขึ้น เป็นโอกาสอย่างมาก สำหรับธุรกิจประกันชีวิต เพราะผู้สูงวัยมองหาความมั่นคงปลอดภัยและผลประโยชน์ที่ได้ยามเกษียณ ผู้สูงวัยเป็นกลุ่มมีอัตราการออมสูงสุดในโลก ดังนั้นจึงพร้อมใช้เงินออมเพื่อซื้อประกันสุขภาพและวางแผนสร้างรายได้หลังเกษียณ

6.สินค้าเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุ เป็นอีกหนึ่งช่องทางให้โอกาสกลุ่มบริษัทผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยี ออกแบบผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับผู้สูงวัย เก็บเกี่ยวประโยชน์จากกำลังซื้อมหาศาลของคนกลุ่มนี้ บริษัทผลิตสินค้าและบริการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เช่น โทรศัพท์ไร้สาย, ออนไลน์ชอปปิงและแอพพลิเคชั่นทำขนาดรีโมตทีวีใช้ตัวอักษรใหญ่มีไฟสว่าง ตลอดจนสินค้าเทคโนโลยีอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบายใจ

คุณปุ๊กจะเห็นว่า จากตัวอย่าง ที่ผมเล่าให้ฟังโดยคร่าวๆ มีโอกาสทางธุรกิจอีกมากครับ สำหรับผู้สูงอายุในบ้านเรา และในอาเชียน เพียงแต่ว่า ท่านจะทำอย่างไร ให้ท่านได้รับความเอ็นดู และเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของผู้สูงอายุ เพื่อที่จะเป็นลูกค้าที่มีความจงรักภักดีต่อสินค้า หรือบริการของท่าน ตลอดไปจนถึงวันที่ท่านเหล่านั้น สิ้นอายุขัย

ขอขอบคุณข้อมูลประกอบจาก http://www.bangkokbiznews.com

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 5, 2013 in Marketing, SMEs Strategy

 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: