RSS

สร้างสรรค์ความเป็นไทย สไตล์คนรุ่นใหม่

09 ก.ย.


ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

เมื่อวันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2556 ผมได้ให้สัมภาษณ์รายการ SMART SMEs วิทยุครอบครัวข่าว FM.106 MHz มีคุณปุ๊ก สมาพร ชูกิจ เป็นผู้ดำเนินรายการ ในประเด็นเรื่องของ การทำธุรกิจของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่เน้นการนำภูมิปัญญาไทย หรือเอกลักษณ์ไทย มาสร้างสรรค์เป็นสินค้าที่น่าสนใจ เลยนำมาถ่ายทอดเป็นบทความให้ได้อ่านกันนะครับ

ถาม อาจารย์คะ สัปดาห์นี้เราพูดคุยกันถึง ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่ยังเป็นคนหนุ่ม-สาว ให้ความสนใจในการนำเอา สิ่งที่มีความเป็นไทย มีความเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่อาจถูกลืม หรือคนรุ่นใหม่หลายคนอาจมองว่า เชย หรือ ล้าสมัย มาใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป ก็ทำให้เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทย กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ และมีมูลค่า เพิ่มขึ้นมาได้นะคะ

อาจารย์คะ ทำไมคนรุ่นใหม่ ซึ่งเติบโตมาในโลกของเทคโนโลยีสมัยใหม่ หลายคนถึงให้ความสนใจต่อ สิ่งที่เราเรียกว่า ภูมิปัญญาไทย แล้วก็นำมาใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป จนกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยกันคะ

ตอบ คุณปุ๊กครับ กลุ่มหนุ่มสาวรุ่นใหม่  จะได้รับการซึมซับอิทธิพลค่านิยมจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะมาจากวัฒนธรรมทางตะวันตก หรือวัฒนธรรมตะวันออกอย่าง เกาหลี  เช่น  การแต่งกาย  วัฒนธรรมการบริโภค  และดูเหมือนจะมีทัศนคติในเชิงบวกต่อวัฒนธรรมต่างประเทศมากกว่าวัฒนธรรมไทย

แต่คนกลุ่มนี้ลึกๆแล้ว ผมว่ายังมีค่านิยมของความเป็นไทยอยู่ไม่น้อยนะครับ  เพียงแต่ไม่ค่อยได้แสดงออกอย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะมาจากกลัวว่าจะถูกเพื่อนล้อเลียนว่าเป็นคนที่เชย ล้าสมัย แต่ผมก็เห็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่หลายคนที่ไม่แคร์สื่อนะครับ พร้อมที่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อนุรักษ์ความเป็นไทย และปรับประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย

ถ้าคุณปุ๊กได้ดู รายการ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนท์ เราจะพบว่า ทีมอันดับที่2 และ 3 ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด จนได้รับรางวัลกลับบ้านไป ก็เป็นทีมของคนรุ่นใหม่ ที่นำเอาความเป็นไทยมาปรับประยุกต์ ให้ดูทันสมัย เป็นที่ประทับใจของคนดูนะครับ

เวลาที่คุณปุ๊กไปเดินเล่นตลาดน้ำ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม เราจะพบว่า สินค้าที่ขายดี จะเป็นสินค้าที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ แล้วคนที่ไปเดินเลือกซื้อ ก็เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่เสียเป็นส่วนใหญ่นะครับ

จะเห็นได้ว่าคนกลุ่มนี้ยังชื่นชอบอะไรที่แฝงด้วยวิถีชีวิตของคนไทย รวมทั้งยังยอมรับต่อสินค้าของผู้ผลิตในไทยที่ดูทันสมัยเข้ากับตัวเขา  ไม่ใช่การยอมรับตรายี่ห้อจากตะวันตกทั้งหมด

ผมว่า คนรุ่นใหม่วันนี้ มุมมองในโลกของเขากว้างกว่า คนรุ่นผมเยอะนะครับ ความคิดสร้างสรรค์ที่ดีๆ และมีพลังนำไปสู่กาเรปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ ก็มาจากกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้นะครับ ซึ่งผมมองว่า น้องๆ เหล่านี้ เขาคงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ จากการที่จะหยิบเอาเรื่องราวไทยๆ เอกลักษณ์ไทยๆ หรือ ภูมิปัญญาไทยๆ มาพิจารณาดูว่า อะไรที่เขาไม่ชอบ เพื่อนๆ เขาไม่ชอบ หรือ กลุ่มคนในวัยเดียวกับเขาไม่ชอบ เพราะดูแล้วมันเชย มันล้าสมัย ก็เอามาดัดแปลง แต่งตัวเสียใหม่ ทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าดูดีขึ้น ก็ได้รับการตอบรับ

ถาม อาจารย์คะ ถ้ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เขาสนใจอยากจะทำธุรกิจที่เน้นการสร้างสรรค์ความเป็นไทย ควรจะเริ่มต้นอย่างไรดีคะ

ตอบ มีงานศึกษาวิจัยของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในอาเซียน พบว่า แนวโน้มที่คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาเริ่มหันมาเป็นผู้ประกอบการเองมากขึ้น ซึ่งเมื่อเรานึกถึงเด็กกลุ่มจบใหม่ที่จะมาเป็นผู้ประกอบการ เมื่อก่อนก็คงฟังดูเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ คนรุ่นใหม่เริ่มมีธุรกิจของตัวเองมากขึ้น มีความสนใจเป็นผู้ประกอบการ และที่สำคัญคือ เขาเหล่านั้นมีความสนใจการเป็นผู้ประกอบการที่ต้องร่วมรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

เราต้องเข้าใจว่า คนรุ่นใหม่จะมีความเป็นตัวตนชัดเจนมากขึ้น จะไม่เป็นลักษณะ Mass เหมือนคนรุ่นก่อนๆ ถ้าจะเลือกซื้อสินค้าสักชิ้น ก็ต้องสามารถสะท้อน บ่งบอกความชัดเจนในเอกลักษณ์ของคนคนนั้นได้เป็นอย่างดี นี่คือความเป็นคนรุ่นใหม่ เราจะมองคนรุ่นใหม่ว่ามีลักษณะเหมือนกันหรือมีรูปแบบเดียวกันเหมือนกันทุกคนไม่ได้ ทุกคนต้องการที่จะมีตัวตนเป็นของตัวเอง บางคนก็ชอบแนวหวานๆ อะไรแบบนี้ ก็จะมีตัวตนของตัวเองที่ลึกซึ้งลงไป แบบนี้น่าจะเป็นเสน่ห์ของคนรุ่นใหม่ ที่เราจะเห็นชัดขึ้น

ทีนี้เราก็มาดูว่า แล้วถ้าคนรุ่นใหม่จะทำธุรกิจของตัวเองล่ะ ถ้าเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในวิถีของชาวบ้านที่มีภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็คงไม่ยากนะครับ ผมยกตัวอย่าง ผู้ประกอบการรุ่นใหม่คนหนึ่ง มีธุรกิจครอบครัวตั้งแต่รุ่นคุณปู่ สืบทอดมายังรุ่นคุณพ่อ ทำโรงงานทอผ้าขาวม้า ที่ราชบุรี ก็จะมีความคุ้นเคยกับผ้าขาวม้าเป็นอย่างดี แต่ในความเป็นคนรุ่นใหม่ ก็มองว่าผ้าขาวม้าเป็นอะไรที่เชย ล้าสมัย หากจะต้องมาสืบสานกิจการของครอบครัว ก็มีมุมมองว่า จะสร้างมูลค่าเพิ่มจากผ้าขาวม้าธรรมดาๆ อย่างไรดี เธอก็เลยเริ่มต้นด้วยการตั้งชื่อสินค้าใหม่ของตนเองว่า พาคาเมี่ยน แล้วก็ใส่ดีไซน์ลงไป สร้างเป็นผลิตภัณฑ์จากผ้าขาวม้าขึ้นมาได้หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ความต้องการทางด้านอารมณ์ หรือ Emotional ของคนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยวต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

ถ้าเรามองแบบผิวเผิน ความได้เปรียบของ พาคาเมี่ยน ที่สามารถจับต้องได้เป็นรูปธรรมก็คือ การมีวัตถุดิบและโรงงานผลิตเป็นของตนเอง แต่ถ้ามองในระยะยาว ธุรกิจจะยั่งยืนต่อไปได้ ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สู่ท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาวัตถุดิบ ทั้งคุณภาพ และลวดลายของผ้าขาวม้า และการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ พาคาเมี่ยน ที่ต้องตอบสนองความต้องการทางด้านอารมณ์ของลูกค้าไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด

ถาม ฟังจากที่อาจารย์เล่า กรณีศึกษาของ พาคาเมี่ยน หรือ ผ้าขาวม้า ปุ๊กเข้าใจได้ว่า ถ้าคนรุ่นใหม่อยากจะเริ่มทำธุรกิจที่เน้นการสร้างสรรค์ความเป็นไทย ต้องเริ่มต้นจากการหาตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน หรือ ที่เป็นวัฒนธรรมไทย เอกลักษณ์ไทย เป็นตัวตั้งต้น แล้วก็ มาพิจารณาดัดแปลง เติมแต่งคุณค่าให้กับสินค้าด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใครลงไป โดยมุ่งเน้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านอารมณ์ ถูกต้องมั๊ยคะ

ตอบ ถูกต้องครับคุณปุ๊ก เวลาที่เราพูดถึงอรรถประโยชน์ของสินค้า จะมีคำว่า Emotional Benefit ที่แปลว่า อรรถประโยชน์ทางอารมณ์ กับคำว่า Functional Benefit ที่แปลว่า อรรถประโยชน์ในการใช้งาน ควบคู่กันไปเสมอ เพียงแต่ว่า เราจะให้น้ำหนักในด้านใดมากกว่ากัน ระหว่างอารมรณ์ กับ การใช้งาน

ถ้าเป็นสินค้าที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ความเป็นไทย และตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือ กลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ การตอบสนองอรรถประโยชน์ด้านอารมณ์เป็นมิติที่ต้องให้ความสำคัญ มากกว่า ด้านการใช้งานนะครับ

ถาม อาจารย์คะ สมมุติว่าอย่างปุ๊ก ไม่ได้เติบโตมาในภูมิลำเนาที่มีภูมิปัญญาชาวบ้าน หรือ มีธุรกิจครอบครัวที่มีการผลิตสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของไทย มาเป็นทุนเดิม แล้วอยากทำธุรกิจที่สร้างสรรค์ความเป็นไทย สไตล์คนรุ่นใหม่ ปุ๊กควรเริ่มต้นอย่างไร ดีคะ

ตอบ ผมว่า บางทีก็อยู่ที่จังหวะเวลา กับ โอกาส นะครับ ลองเริ่มต้น ด้วยการเดินชมงานนิทรรศการสินค้าประเภท OTOP ก่อนนะครับ ลองหาดูว่า เรามีความประทับใจ มีอารมณ์ร่วมกับสินค้าที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน หรือ สินค้า OTOP ประเภทไหน เราต้องถามใจเราเองก่อนว่า เรารู้สึกชอบ หลงใหล ในสินค้าประเภทนี้หรือเปล่า ตรงนี้สำคัญนะครับ มันคือ Passion นะครับ  มันเป็นความหลงใหล ความปรารถนาอย่างแรงกล้า ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะทำให้เรามีพลังที่จะทำสิ่งนั้นๆ หรือ ต่อยอด สิ่งนั้นๆ ให้มีความสร้างสรรค์ และมีคุณค่ายิ่งขึ้นไปอีก

ผมขอยกตัวอย่าง ท่านอาจารย์ เผ่าทอง ทองเจือ ท่านเป็นนักสะสมผ้าไทย มีความหลงใหล รักในผ้าไทย อนุรักษ์ผ้าไทย แล้วก็สร้างสรรค์ผ้าไทยที่ทรงคุณค่าขึ้นมาอีกหลายชิ้น ผมว่า ท่านอาจารย์เผ่าทอง มี Passion ในผ้าไทยเป็นพื้นฐานที่สำคัญ

ในความเห็นของผม ผมมองว่า Passion หรือ ความปราถนาอย่างแรงกล้าที่ต้องการทําสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ใช่เพียงแต่คิด แต่ลงมือทําอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อให้ฝันนั้นเป็นจริงนี่เป็นทุนตั้งต้นที่สําคัญที่ทําให้คนคนนั้นกล้าเดินข้ามน้ำ ลุยไฟฝ่าฟันอุปสรรคที่จะทําให้เรื่องยากๆกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้

ดังนั้นคนเราต้องค้นหาตัวเองให้เจอว่าเรามีความหลงใหลกับเรื่องอะไรการทําธุรกิจต้องเป็นวิธี Inside out คือต้องรู้ว่าความเก่งของเราคืออะไรเรามีความรักกับเรื่องอะไร เพราะความรักและ ความหลงใหลคือ แรงผลักดันจากภายใน ที่ทําให้เรามีความมุ่งมั่น ในการทำความฝันของเราให้เป็นจริงครับ

ถาม อาจารย์คะ บางคน อาจจะยังไม่รู้ว่าอะไรคือ Passion ของตนเอง ทำอย่างไรดีคะ

ตอบ ผมว่ามีไม่น้อยครับ ที่ยังไม่แน่ใจว่า อะไรคือ Passion ของตนเอง คําตอบของผม ก็คือ การจะรู้จักตัวเองต้องทําการบ้านครับ ไม่มีใครหรอกครับที่อยู่ดีๆก็ค้นพบ Passion ของตัวเอง มันต้องลองผิดลองถูก แล้วตลอดเส้นทางของการค้นหาเราจะค่อยๆ รู้จักตัวเราเอง รู้ว่าอะไรคือความชํานาญของเรา อะไรคือสิ่งที่เป็นความปรารถนา ความฝัน หรือความหลงใหลของเรา

หลังจากที่เราลองหาความชอบของตัวเอง จากการไปเที่ยวชมงานนิทรรศการต่างๆ แล้ว ก็ลองวางแผนไปเที่ยว แบบเชิงธุรกิจดูบ้างนะครับ อย่าให้เสียเงินเปล่า ผมเห็นบางคนยิ่งเดินทาง ยิ่งท่องเที่ยว ยิ่งรวย

เป็นการท่องเที่ยวในเชิง พักผ่อนเปิดหูเปิดตาด้วย มองโอกาสทางธุรกิจด้วย  ซื้อของติดไม้ติดมือมาลองขายบ้าง ในบางจังหวัด จะมีสินค้าเฉพาะถิ่น ที่อื่นยังไม่มี ถ้าไปเที่ยวก็ลองซื้อ ลองกิน ลองใช้ดูถ้าดีก็ลองซื้อติดมา แจก มาขายดู ไม่เสียหลาย บางคนอาศัยวิธีนี้ ได้เที่ยวฟรี บางครั้งเกิดเป็นธุรกิจจนร่ำรวยก็มี

ผมขอยกตัวอย่าง นักธุรกิจรุ่นใหม่อีกสักคนนะครับ ทำพรมนวดเท้า มีวัตถุดิบมาจากเส้นใยปอ กับ ก้อนหิน ใช้ชื่อตราสินค้าว่า พีคฌาน ทำส่งออกไปขายยังต่างประเทศ และได้รับรางวัลการรันตีคุณภาพจากสถาบันต่างๆ มากมาย ในด้านงานฝีมือและหัตถกรรม ทั้งจากของไทย และ ญี่ปุ่น

จากความสนใจและหลงใหลในเส้นใยปอที่ทำกระสอบใส่พืชผลทางการเกษตร ที่ไม่ขึ้นราและมีความคงทน นำมาออกแบบ และเพิ่มลักษณะการใช้งาน ใส่องค์ประกอบของหินเข้าไป แล้วก็ไปเที่ยวแสวงหาภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านในชุมชนต่างๆ ทางภาคอีสาน ที่มีความชำนาญในการสาน ทอ ย้อม ซึ่งแต่ละชุมชนจะมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันออกไป วิธีการผลิตจะทำงานเป็นขั้นตอนจากแต่ละชุมชน จนได้ชิ้นงานสำเร็จรูปขึ้นมา จะเห็นได้ว่า การผลิตชิ้นงานที่มีความสร้างสรรค์ และมีความเป็นไทย สักชิ้นหนึ่งขึ้นมา ก็ไม่ได้จำเป็นต้องผลิตให้เสร็จสิ้นทุกกระบวนการ ณ ชุมชนใดชุมชนหนึ่ง แต่ถ้าสามารถจัดการเชื่อมโยงให้แต่ละชุมชนได้ใช้ความเชี่ยวชาญของตนเอง โดยเราในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ทำหน้าที่เรียนรู้ เชื่อมโยง และมีส่วนร่วมกับวิถีชีวิตของชุมชน ก็สามารถสร้างสรรค์งานที่มีคุณค่าได้เช่นกันนะครับ

หรืออย่างแขกรับเชิญในช่วงท้ายของรายการ PostcardCub ผมว่า ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาน่าสนใจนะครับ เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หยิบเอาความเป็นไทยอย่างตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบโปสการ์ด ที่เราตัดเอาออกมาพับเป็นรูปตุ๊กตาตั้งโชว์ได้ และสามารถตอบโจทย์และคงความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยไว้ได้อย่างลงตัว จนได้รับการยอมรับให้เป็นของที่ระลึกที่ถือว่าเป็นหน้าตา  เป็นของฝากระดับพรีเมียมในการส่งต่อให้แขกบ้านแขกเมือง

ผมมองว่า องค์ประกอบสำคัญของการสร้างสรรค์สินค้าที่มีความเป็นไทย ของคนรุ่นใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับเนื้อหาของตัวสินค้า หรือ Story นะครับ เพราะลูกค้าไม่ได้ซื้อเพียงเพราะว่ามีการออกแบบที่สวยงาม หรือ ประโยชน์การใช้งานเท่านั้น แต่ซื้อเรื่องราวที่มากับสินค้าหรือว่า แบรนด์นั้นๆ ด้วย นะครับ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กันยายน 9, 2013 in Marketing, SMEs Strategy

 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: