RSS

ธุรกิจร้านกาแฟ น่าลงทุนจริงหรือ

28 ต.ค.


ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2556 ผมได้ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ SMART SME วิทยุครอบครัวข่าว FM 106 MHz มีคุณปุ๊ก สมาพร ชูกิจ เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่มีการพูดคุยกันถึงเรื่องของ ธุรกิจร้านกาแฟ อยากรู้ว่า ธุรกิจร้านกาแฟ น่าลงทุนจริงหรือไม่ ถ้าจะลงทุนควรระมัดระวังอะไร ลองอ่านบทความนี้ดูกันนะครับ

ถาม อาจารย์คะ สัปดาห์นี้เราพูดคุยกันถึง ธุรกิจร้านกาแฟ กันนะคะ ทำให้ ปุ๊ก คิดถึง ร้านกาแฟ ที่มีกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟ บรรยากาศชิลล์ๆ สบายๆ ตกแต่งร้านค้าสวยงาม เก้าอี้นุ่ม ๆ ให้ลูกค้าได้นั่งจิบกาแฟพักผ่อนกับคนรู้ใจ หรือไว้นัดพบปะเพื่อนฝูงในร้าน  แล้วที่ร้านกาแฟก็จะมี เค็ก คุ๊กกี้ ที่รสชาดละมุนลิ้น เข้ากันได้กับรสชาดของกาแฟที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ผ่านขั้นตอนการชงกาแฟที่ปราณีต บรรจง พิถีพิถัน เปิดเพลงเบาๆ สบายๆ มีหนังสือ นิตยสารให้อ่าน มีมุมสวนให้ลูกค้าได้นั่งใกล้ชิดกับธรรมชาติ แล้วก็มี WIFI อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า  อาจารย์ว่า นี่น่าจะเป็นภาพร้านกาแฟในฝันของใครหลายๆ คนเลยมั๊ยคะ 

ตอบ คุณปุ๊กครับ เป็นบรรยากาศของร้านกาแฟที่ผม รู้สึกชื่นชอบอย่างมากเลยครับ ผมเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟ จะเรียกว่า ติดกาแฟ เลยก็ได้นะครับ บางทีผ่านไปทำธุระที่ไหน แล้วมีร้านกาแฟในบรรยากาศแบบที่คุณปุ๊กพูดมา ผมก็มักที่จะใช้เวลาในการพักผ่อนอยู่ที่ร้านกาแฟประมาณ 20-30 นาที ก่อนที่จะไปทำธุระต่อ

คุณปุ๊กเชื่อมั๊ยครับ ว่าธุรกิจร้านกาแฟ เป็นธุรกิจที่คนที่เริ่มอยากจะทำธุรกิจเป็นของตัวเอง คิดถึงเป็นอันดับต้นๆ ลูกศิษย์หลายคนของผม มักจะเล่าให้ฟังเชิงปรึกษาว่า อยากทำธุรกิจร้านกาแฟจังเลย บางคนลงทุนไปเรียนหลักสูตรการชงกาแฟ หรือ บาเรสตาร์ กันเลยทีเดียว

ผมก็ถามว่า ทำไมถึงอยากทำธุรกิจร้านกาแฟ ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า เป็นคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ เวลาที่มีโอกาสได้แวะทานกาแฟร้านไหนที่มีการตบแต่งร้านน่านั่ง สบายๆ มีกลิ่นกาแฟหอมๆ ก็จะรู้สึกว่า อยากมีธุรกิจร้านกาแฟของตัวเองบ้าง แล้วก็มีความตั้งใจว่า ถ้ามีร้านกาแฟของตัวเอง ก็จะต้องทำให้บรรยากาศในร้านรู้สึกน่านั่ง เหมือนกับที่ตัวเองชอบ

แต่คุณปุ๊ก รู้มั๊ยครับว่า ผมพบเห็นร้านกาแฟที่ลงทุนตกแต่งซะอย่างดี บางร้านแทบจะไม่ค่อยมีลูกค้านั่งในร้านเลย บางร้านเปิดได้ไม่นาน ก็ประกาศเซ้งกิจการ จนผมก็รู้สึกเสียดายกับเงินที่เจ้าของกิจการได้ลงทุนไป

ถาม ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะคะ ปุ๊กทราบมาว่า การที่จะลงทุนทำร้านกาแฟให้มีการตกแต่งร้านที่น่านั่ง แล้วก็กลับมาซ้ำอีกเรื่อย จนเป็นลูกค้าประจำ ต้องใช้เงินลงทุนกันไม่น้อยกว่า 3-4 แสน เลยนะคะ ถ้าเลิกทำธุรกิจกันง่ายๆ ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกันนะคะ

ตอบ คุณปุ๊กครับ ลองคิดตัวเลขกันเล่นๆ ดูสักนิดนะครับ สมมุติว่าผมลงทุนในการแต่งร้านและจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ผมให้ไว้เต็มที่ 4 แสนบาท

ผมตั้งราคาขายกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ 45 บาท ผมยืนขายเองนะครับ จ้างเด็กมาช่วยในร้านสัก 1 คน จ่ายเงินเดือนสัก 10,000 บาทต่อเดือน มีค่าเช้าร้านเดือนละ 15,000 บาท ค่าน้ำ-ไฟ เดือนละ 10,000 บาท ต้องให้เงินเดือนตัวเองด้วยนะครับ ผมเอาแค่เดือนละ 15,000 บาทก็พอ รวมแล้วผมมีค่าใช้จ่ายประจำเดือนละประมาณ 50,000 บาท

กาแฟผมมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณแก้วละ 15 บาท ผมก็จะเหลือกำไรขั้นต้นจากราคาขายของผมที่แก้วละ 45 บาท เหลือกำไรอยู่แก้วละ 30 บาท เดือนหนึ่งผมมีค่าใช้จ่ายประจำอยู่ที่ 50,000 บาท นำมาหารด้วย 30 ก็เท่ากับผมมีจุดคุ้มทุนที่ต้องขายกาแฟให้ได้เดือนละไม่น้อยกว่า 1,667 แก้ว หรือเฉลี่ยวันละ 56 แก้ว

คำถามก็คือ ทำเลที่ร้านตั้งอยู่ สามารถช่วยให้มีการขายกาแฟได้ถึงวันละ ขั้นต่ำ 56 แก้วหรือไม่ สมมุติมีคำตอบว่าได้ เพราะละแวกนี้ไม่มีร้านกาแฟที่มีรสชาดดีๆ แบบเราเลย ไม่มีร้านค้าที่มีบรรยากาศชิลล์ๆ แบบของเราเลย และก็ไม่มีร้านกาแฟไหนที่ตั้งราคาขายถูกไปกว่าเราเลย เรียกว่าเปรียบเทียบด้านไหน เราก็เหนือกว่าไปหมดประมาณนั้น

เราก็มาดูต่อนะครับ ถามว่าเงินที่เราลงทุนไป 4 แสน จะได้คืนเงินลงทุนเมื่อไร สมมุติว่า ถ้าขายได้วันละ 100 แก้ว คูณกำไรขั้นต้น แก้วละ 30 บาท แล้วก็คูณ 30 วัน เท่ากับว่าเราได้กำไรขั้นต้น 90,000 บาท หักด้วยค่าใช้จ่ายประจำเดือน 50,000 บาท เหลือกำไรสุทธิ 40,000 บาท ลงทุนไป 4 แสน ว้าว!!! แบบนี้ 10 เดือนก็คืนทุนแล้ว โห….เป็นธุรกิจที่น่าลงทุนจริงๆ เลยนะครับ

ถาม อาจารย์คะ คิดตัวเลขตามอาจารย์เล่นๆ ก็น่าจะลงทุนจริงๆ นะคะ แต่ปุ๊กว่า ต้องมีความจริงที่น่ากลัวอะไรบางอย่าง ซ่อนอยู่แน่ๆ

ตอบ ครับคุณปุ๊ก เวลาที่คนเรามีความฝันว่าอยากจะทำธุรกิจที่เราหลงใหล เราก็มักจะคิดในมุมที่เข้าข้างตัวเองนะครับ เช่น เรามักจะคิดว่า ขายได้ชัวร์ วันละ 100 แก้ว ถ้าเปิดร้านวันละ 10 ชั่วโมง ก็แค่เฉลี่ยขายให้ได้ชั่วโมงละ 10 แก้วเอง จิ๊บๆ ใช่มั๊ยครับ

เราก็มักจะคิดกันว่า ร้านกาแฟของเรานี่ โดดเด่นเหนือกว่าใครๆ แล้วในย่านนี้ จนเราลืมไปว่า ร้านกาแฟ เป็นธุรกิจที่คู่แข่งขันรายใหม่เข้ามาง่ายนะครับ จนบางทีเราอาจลืมนึกไปว่า ในทำเลที่เราคิดว่าดีที่สุดสำหรับเราเพียงเจ้าเดียวแล้ว ยังมีคนอื่นมาเปิดร้านกาแฟอยู่ติดกับเราอีก แถมยังมาขายตัดราคาถูกกว่าเราอีก รสชาดก็ไม่ได้แย่ไปกว่าเรา ตัวเลขกำไร ระยะเวลาการคืนทุนกลับไม่ดีเหมือนที่เคยประมาณการณ์ไว้เลย

บางทีเราอาจต้องลองคุยกับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจร้านกาแฟดูบ้างก็ดีนะครับ ฟังดูว่า เขาเหล่านั้นประสบปัญหาอุปสรรคอะไร เพื่อที่เราจะได้ไม่เดินไปซ้ำรอยความล้มเหลวของเขา ไม่ใช่ให้ฟังเพื่อล้มเลิกความตั้งใจนะครับ แต่ฟังเพื่อจะได้เพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจ

ถาม อาจารย์พอจะทราบบ้างมั๊ยคะว่า คนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจร้านกาแฟ มีเสียงสะท้อนอย่างไรบ้าง

ตอบ ครับคุณปุ๊ก บางคนเปิดร้านกาแฟ เพราะอยากมีธุรกิจกาแฟ แต่ไม่ดื่มกาแฟ คุณปุ๊กว่าจะมีโอกาสรอดสักเท่าไรครับ

ลูกค้าแต่ละคนเข้ามาทานในร้านชอบหวานมันมากน้อยต่างกันไป ชอบความเข้มของกาแฟต่างกันไป เราไม่สามารถปรับเปลี่ยนสูตรให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าได้ ก็จะเหลือจำนวนลูกค้าเข้าร้านน้อยลง

พนักงานในร้านชงกาแฟแบบขอไปที บริการหน้าตาไม่ยิ้มแย้ม ไม่ต้อนรับดูแลลูกค้า ลูกค้าจะเข้ามาอีกมั๊ยครับ

เวลาปั่นบดเมล็ดกาแฟที หรือทำกาแฟปั่นที เสียงดังก้อง สะท้อนอยู่ในภายในร้าน หูของลูกค้าจะรับเสียงอึกทึกภายในร้านได้ไหวมั๊ยครับ

ที่กล่าวมาเบื้องต้นนี่เป็นปัญหาคุณภาพของร้านเลยนะครับ หลายร้านที่ปิดกิจการไปเพราะมีปัญหาในเรื่องคุณภาพของสินค้าและการบริการ เจ้าของกิจการบางรายมีเงิน แต่ไม่มีเวลามาดูแลเอง ปล่อยให้พนักงานที่ไม่มีคุณภาพในการบริการมาดูแลแทนก็ต้องปิดกิจการแน่นอนครับ

นอกจากนั้น ทำเลก็เป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจร้านกาแฟ แต่เราไปติดอยู่กับหน้าตา ภาพลักษณ์กันมากจนเกินไปหรือเปล่าครับ บางคนคิดว่าร้านกาแฟต้องอยู่ใกล้แหล่งออฟฟิศ ในห้างสรรพสินค้า ต้องแต่งร้านสวยหรู แต่ต้นทุนค่าเช่า ค่าตบแต่งร้านค้าก็จะต้องสูงตามไปด้วย

บางคนอยากไปตั้งในปั๊มน้ำมัน ก็โดนเจ้าดังอย่าง กาแฟ อเมซอน ยึดครองทำเลในปั๊ม ปตท. ไปหมดแล้วครับ

บางคนอยากตั้งในร้านคาร์แคร์ ก็ถามว่าจะมีลูกค้าคาร์แคร์สักกี่คนที่จะดื่มกาแฟในระหว่างรอล้างรถ

ผมจะแวะดื่มกาแฟสดจากร้านแห่งหนึ่งเรื่อยๆ ครับ เป็นรถกระบะเก่าๆ จอดขายอยู่ริมถนน เส้นรังสิต-องค์รักษ์ แถวประมาณคลอง 4 คุณปุ๊กเชื่อมั๊ยครับว่า ลูกค้าประจำขับรถมาจอดรอซื้อกันตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้า  พอถึงเวลาช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ก็ย้ายสถานที่ขาย ขับรถไปจอดอีกฝั่งหนึ่งของถนน ที่มีปริมาณรถมากกว่า  ถามคร่าวๆ ก็ขายได้วันละประมาณ 100 กว่าแก้ว แก้วละ 30 บาท ให้ปริมาณเยอะมากแบบแก้วใหญ่ที่ขายกันแล้วละ 60-70 บาท รสชาดเข้มข้น เหมาะสำหรับคอกาแฟจริงๆ อยากได้หวานมากน้อยบอกได้ ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ ไม่ต้องลงทุนแต่งร้านให้ได้บรรยากาศชิลล์ ๆ เพราะลูกค้าซื้อไปกินในรถ สิ่งที่ต้องเน้นก็คือ ความรวดเร็วในการให้บริการ ควบคู่ไปกับรสชาดที่อร่อย ฝีมือไม่ตก

คุณปุ๊กครับ ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะอยากบอกว่า ธุรกิจกาแฟ เป็นธุรกิจที่ยังอยู่ในตลาดไปได้อีกนาน ตราบใดที่ยังคงมีคนดื่มกาแฟนะครับ แต่เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงในการลงทุนสูง ไม่น่าลงทุนสำหรับผม

บางครั้งเจตนาเราดีครับ เราอยากให้ลูกค้าได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ลงทุนซื้อเครื่องทำกาแฟราคา 2 แสน แต่งร้านอีก กว่า 3-4 แสน แต่มีคนเข้าร้านในแต่ละวันน้อยมาก นับแก้วที่ขายกันได้เลย ต้องคิดทบทวนกันดีๆ ก่อนลงทุนนะครับ

ตัวอย่างที่ผมเล่าให้ฟัง ครอบครัวหนึ่งอยากทำธุรกิจกาแฟ แต่ไม่มีเงินเพียงพอที่จะลงทุนขนาดนั้น ยอมเสียเงินไปเรียนสูตรทำกาแฟมา แล้วก็มาคิดว่า รถกระบะที่มี เอามาดัดแปลงนิดหน่อย ให้เป็นร้านกาแฟ เน้นลูกค้า Take Home ทำอย่างไรให้สามารถบริการลูกค้าได้รวดเร็ว เขามีกาแฟเพียงสูตรเดียวคือ กาแฟเย็นจากกาแฟสด แต่ลูกค้าบอกความต้องการได้ว่า หวานมันมากน้อย แค่นี้ก็รวยไม่รู้เรื่องแล้วครับ เพราะไม่ต้องลงทุนมาก ไม่ต้องสต๊อกวัตถุดิบหลายอย่าง ด้วยนะครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหลากหลายของสูตรที่คิดว่าจะมีจำห่น่ายในร้าน ยิ่งมีสูตรหลากหลาย ก็ต้องจัดหาวัตถุดิบที่หลากหลายตามไปด้วยครับ

ถาม อาจารย์คะ ที่อาจารย์เล่ามา มีประเด็นเรื่องของทำเลด้วยนะคะ ถ้าเราคิดที่จะทำธุรกิจร้านกาแฟจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบมีที่ตั้งร้านถาวร ลงทุนตกแต่งร้านค้า หรือว่า จะเป็นร้านค้าเคลื่อนที่  ควรใช้แนวทางหลักเกณฑ์ในการพิจารณาด้านทำเลที่ตั้งของร้านอย่างไรดีคะ

ตอบ ผมเน้นเรื่องแรกคือ ปริมาณลูกค้านะครับ ควรเป็นทำเลที่มีลูกค้าผ่านไป ผ่านมาตลอด ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยจำนวนที่ตายตัว เช่น ผมไปตั้งอยู่ในคอนโด นับจำนวนห้องแล้ว มี 500 กว่ายูนิต ดูเหมือนมีจำนวนลูกค้าเยอะนะครับ ลองคิดดูครับว่า ในจำนวน 500 ยูนิต จะมีลูกค้าที่ซื้อกาแฟจากร้านของเราสักกี่ราย สมมุติว่า มี 50 ราย ที่เหลือไม่ดื่มกาแฟ หรือ ไม่ก็ชงกาแฟดื่มเอง บางคนก็อาจจะไปดื่มกาแฟแถวที่ทำงาน ระหว่างวัน ไม่มีใครอยู่คอนโดเลยครับ เพราะออกไปทำงานกันหมด จะขายได้ก็เฉพาะช่วงเช้า หรือ วันหยุด ปริมาณลูกค้าก็จะถูกจำกัดอยู่ที่เท่านี้ล่ะครับ ทำเลแบบนี้โอกาสเติบโตยากครับ

แต่ถ้าไปตั้งในทำเลที่มีคนผ่านไปมาตลอด เป็นทำเลที่มีแนวโน้มของการขยายธุรกิจในอนาคต มีแนวโน้มว่าจะมีคนมามากขึ้นในอนาคต ก็น่าจะเป็นทำเลที่มีโอกาสเติบโตของธุรกิจได้ดีกว่า

เรื่องที่สอง คือ ความสะดวกของลูกค้า ต้องอยู่ในทำเลที่มีทางเดินเท้าที่ลูกค้าเดินมาได้สะดวก หรือ อยู่ริมทางที่ขับรถผ่านไปมา และสามารถเลี้ยวเข้าจอดรถได้สะดวก

เรื่องที่สาม คือ อยู่ในฝั่งทำเลที่สัมพันธ์กับเวลา ช่วงเวลาที่คนเราจะดื่มกาแฟมากๆ ก็คือ ช่วงเช้าไปจนถึงบ่าย พอถึงช่วงเย็นปริมาณการขายกาแฟจะลดลง เพราะลูกค้ารู้สึกว่ามีผลต่อการนอนหลับ ถ้าท่านจะตั้งร้านกาแฟอยู่ริมถนน ซึ่งติดว่าเป็นทำเลที่ยากลำบากต่อการกลับรถ เลี้ยวรถเข้าร้าน เช่นถนนสี่เลนที่มีเกาะกลางถนน ก็ควรเลือกทำเลในฝั่งถนนที่มีปริมาณรถวิ่งผ่านเยอะๆ ในช่วงเวลาเช้าถึงบ่ายนะครับ

ประการสุดท้าย เลือกทำเลที่สอดคล้องกับกำลังเงินของท่านด้วยนะครับ เพราะทำเลดี ย่อมมีอัตราค่าเช่าสูงตามไปด้วยครับ

 
12 ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 28, 2013 in Management, Marketing, SMEs Strategy

 

ป้ายกำกับ:

12 responses to “ธุรกิจร้านกาแฟ น่าลงทุนจริงหรือ

  1. molly

    ตุลาคม 31, 2013 at 3:38 am

    It ‘s interesting.

     
  2. tonCS

    พฤษภาคม 27, 2014 at 9:50 pm

    เป็นประโยชน์มากครับ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ

     
  3. chavis3c

    กุมภาพันธ์ 19, 2015 at 3:36 pm

    ผมลองทำแล้วครับที่เวียดนาม แต่ต้องหยุดชั่วคราว เพราะขายได้ตำ่กว่าป้ามากเนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่ผิดหรือเกือบนับได้ว่าผิดทั้งสามอย่างที่อาจารย์ว่ามา เนื่องจากผมไปเน้นที่การแนะนำรูปแบบของร้าน ชนิดmobile coffee. มีคำแนะนำดีๆบ้างครับ see Thaikafe’ at Facebook

     
  4. John Thai

    กรกฎาคม 20, 2015 at 2:16 am

    ดีจัง

     
  5. pdd

    พฤศจิกายน 12, 2015 at 2:23 pm

    ถ้าผมได้อ่านคำตอบจากอาจารย์ก่อนร้านผมคงไม่ปิดก่อนและคงไม่เกิดก่อน เสียดายครับ เมื่อปี 2555 ผมได้เปิดร้าน ไม่ถึงปี ต้องปิด
    เพราะเงินทุนหมุดเวียนอย่างที่บอก ไปตกแต่งร้านมากไม่ได้คิดถึงรายได้เข้ามา พอทำแล้วคุณจะคิดว่าไม่ง่ายร้านกาแฟสด
    มันเป็นความอยากทำความฝันเท่านั้นเองครับ แต่ถ้าทำเลดีๆ ไม่ไม่แน่ครับอาจจะประสบความสำเร็จ แต่นิสัยการดื่มกาแฟของคนเราชอบเปลี่ยนร้านและลองร้านใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ ครับ ถ้าหวังลูกค้าประจำคงยาก จะมีคู่แข่งเยอะพอถ้าร้านเราติด เดี่่ยวก้อมีร้านใกล้ๆ เปิดขึ้นมา ดึงลูกค้าไป60-80% เลย อย่างที่บอกคนเราชอบลองของใหม่

    แค่อยากทำตามที่ตัวเองชอบดื่่มกาแฟและฝันอยากมีร้านกาแฟแบบสไตส์ตนเอง ลำบากครับ

     
    • phongzahrun

      พฤศจิกายน 12, 2015 at 3:43 pm

      เป็นประสบการณ์ที่ดีครับ เราได้เรียนรู้จากของจริง ไม่ใช่ตำรา สู้ๆ ต่อไปนะครับ ขอให้ก้าวต่อไปและประสบความสำเร็จในธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวเราครับ

       
  6. Qwerty

    พฤศจิกายน 12, 2015 at 9:06 pm

    อ่านมาจนจบมีที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยหลายประการคับ. แต่จุดที่ผมสงสัยหลังจากที่อ่านมาหลายบทความ ทำไมคนมักจะคิดว่า ราคาต่อแก้วคือ 40-45฿? ทั้งที่จริงแล้วปัจจัยของราคาขึ้นอยู่กับหลายอย่าง และอีกอย่างนึกคนที่พูดตอบข้อสงสัย มักจะไม่ได้เคยลงมือเปิดร้านเอง. แต่อาศัยข้อมูลกับความรู้ที่คิดว่าถูกเป็นที่บรรทัดฐานในการให้ข้อมูล. ซึ่งจากประสบการณ์จริงของผมซึ่งลงมือทำนั้น ค่อนข้างมีหลายอย่างที่คนไม่ได้ทำจะไม่รู้ เช่นเรื่องพฤติกรรมลูกค้า เคยเจอไม่คับที่เข้ามาร้านกาแฟแต่ไม่ทานกาแฟและโกโก้ แต่ถ้าคุณมีผลิตภัณฑ์อย่างอื่นคุณก็สามารถที่จะทำการขายได้. หรือลูกค้าที่เข้ามานั่งใช้สถานที่เป็นกลุ่มใหญ่แต่สั่งแก้วเดียวและราคาถูกที่สุดคุณจะทำอย่างไรให้เปิดการขายได้มากกว่าแก้วเดียวโดยไม่น่าเกลียด. และอีกอย่างเรื่องพฤติกรรมมนุษย์ซึ่งเอาเค้าจิงแล้วมันไม่ได้เป็นรูปแบบตายตัวแต่ที่ผมเห็นลูกค้าส่วนใหญ่ ใช่ครับมนุษย์มักจะชอบของใหม่ๆร้านใหม่ๆ แต่สุดท้ายมนุษย์ก็มักจะกลับมาเลือกของที่ตัวเองชอบมากที่สุดเสมอ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวครับไม่ได้คิดว่าใครถูกผิด และทุกธุรกิจก็มีความเสี่ยงและน่ากลัวพอๆกันสำหรับคนที่คิดว่าจะเจ๊งตั้งแต่ยังไม่ทันเปิด

     
    • phongzahrun

      พฤศจิกายน 13, 2015 at 3:55 am

      เห็นด้วยกับทุกความเห็นที่เสนอแนะเลยครับ การทำความรู้จักและเข้าใจในพฤติกรรมลูกค้าเป็นเรื่องที่สำคัญมากของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร แม้ในธุรกิจเดียวกัน ลูกค้าต่างกลุ่มกันพฤติกรรมของลูกค้าก็จะต่างกันไป

      เรื่องราคากาแฟ จะราคาเท่าไร ร้านค้ากำหนดได้ทั้งนั้นครับ แต่ลูกค้าจะซื้อหรือไม่ ทำไม starbucks ขายแก้วเป็นร้อยลูกค้าแน่นร้าน ทำไม Amazon แก้วไม่ถึงร้อยลูกค้าต่อคิวซื้อ แต่บางร้านถูกกว่า กลับนั่งรอลูกค้า แสดงว่า ปัจจัยราคาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตัดสินใจของลูกค้าเท่านั้น ความคุ้มค่าที่ลูกค้าได้รับ เมื่อเทียบกับต้นทุนทั้งหมดที่จ่ายไป ทั้งเงิน เวลา ความรู้สึก ล้วนเป็นต้นทุนประการสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึง

      ผมไม่เคยทำธุรกิจกาแฟ แต่ทำธุรกิจอื่นมา เป็นผู้บริหารในธุรกิจอื่นมา และเป็นคนที่ดื่มกาแฟแบบบ้าคลั่ง ชอบที่จะเข้าไปนั่งในร้านกาแฟ เพื่อชื่นชมกับบรรยากาศของร้าน หรือดื่มด่ำกับรสชาดของกาแฟทั้งที่ถูกและแพง ทั้ง Sit In และ Take Home ก็เลยเขียนจากมุมมองแบบ Outside In น่ะครับ ถ้ามีที่เขียนไม่ตรงตามประสบการณ์ของผู้ที่เคยทำธุรกิจร้านกาแฟมา ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ด้วยนะครับ

       
  7. TOPPHERO SOCIETY

    กุมภาพันธ์ 21, 2016 at 8:46 am

    ขอบคุณครับ ได้ไอเดียเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยครับ 🙂

     
    • phongzahrun

      กุมภาพันธ์ 21, 2016 at 9:06 am

      ทำธุรกิจเป็นอย่างไร ก็มาบอกเล่าสู่กันฟังนะครับ ขอบคุณครับ

       
  8. ยุ้ย

    มีนาคม 22, 2016 at 9:30 am

    กำลังมองธุรกิจเฟรนไชส์กาแฟอเมซอนค่ะ เส้นทางที่มองไว้ เป็นเส้นถนนตัดใหม่ค่ะมีร้านค้า ร้านอาหาร เปิดใหม่เยอะค่ะ มีบ้านพักอาศัย โรงพยาบาลฟันเฉพาะทางกำลังสร้างค่ะ รถวิ่งผ่านตลอด โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นจะเยอะมากเป็นพิเศษ ที่จอดรถสะดวกค่ะ ทำเลแบบนี้ทำร้านกาแฟมีโอกาสโตมั้ยค่ะ

     
    • phongzahrun

      มีนาคม 22, 2016 at 10:44 am

      ทำเลดีมั๊ยตอบไม่ได้เลยครับ แต่ถ้าคาดว่าเป็นจุดพักรถได้ น่าจะดี มีที่จอดรถเพียงพอ และมีบริเวณที่สามารถตบแต่งร้านได้ตาม concept ของอเมซอน ก็น่าจะได้นะครับ ลองประเมินเบื้องต้นว่า มีจำนวนลูกค้าที่จะแวะเวียนมาใน Area นี้สักวันละกี่ราย แล้วถ้ามีจำนวนสัก 20% เข้ามาในร้านของเรา ได้ในจำนวนที่คุ้มทุนกับค่าใช้จ่ายต่อวัน (ค่าใช้จ่ายต่อวันหารด้วยกำไรขั้นต้นต่อแก้ว) ก็น่าจะอยู่ได้นะครับ

       

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: