RSS

กลยุทธ์ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงแสนรัก

18 พ.ย.

ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2556 ผมได้ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ SMART SME วิทยุครอบครัวข่าว FM 106 MHz มีคุณปุ๊ก สมาพร ชูกิจ เป็นผู้ดำเนินรายการ ในประเด็น กลยุทธ์ธุรกิจสัตว์เลี้ยงแสนรัก เลยนำมาถ่ายทอดเป็นบทความให้ได้ศึกษากันนะครับ

ถาม อาจารย์คะ ทุกวันนี้ไลฟ์สไตล์ของชีวิตผู้คนเปลี่ยนไปเยอะเลยนะคะ สภาพครอบครัวในปัจจุบันก็เปลี่ยนไปเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น บางคนพอมีกำลังฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น ก็จะแยกบ้านออกมาอยู่เองเป็นส่วนตัว หรือไม่ก็ซื้อที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน

บางคนอยู่คนเดียวมันก็เหงานะคะ ก็ต้องมีเพื่อนตัวน้อย อย่างน้องหมา น้องแมว เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนหย่อนใจ คลายเหงา เฝ้าบ้าน จากความน่ารัก น่าเอ็นดู ขี้อ้อน ขี้เล่น ของน้องหมา น้องแมว ก็ผูกมัดใจคนเลี้ยง ให้รักเอ็นดู เอาใจใส่ เสมือนหนึ่งว่าเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวกันเลยทีเดียว นี่ก็คงจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ นะคะอาจารย์

ตอบ ครับคุณปุ๊ก จะเห็นได้ว่า ตอนนี้มีธุรกิจและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงผุดขึ้นมามากมาย ตั้งแต่ที่เพาะพันธุ์สัตว์ โรงพยาบาล อาหาร รับตัดแต่งขน ของใช้กระจุกกระจิกของสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงบริการที่ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น เช่น เสื้อผ้าสุนัขและแมวดีไซน์เก๋ ร้านกาแฟที่พาสัตว์เลี้ยงไปชิลด้วยได้ บริการเพ็ทแคร์และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงครบวงจร

ไม่เท่านั้นนะครับ ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยง ยังมีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้วด้วยนะครับ ลองนึกดูนะครับคุณปุ๊ก สมมุติว่าผมมีสัตว์เลี้ยงแสนรัก เวลาที่เขาตายไป ถ้าบ้านผมมีพื้นที่ที่เป็นพื้นดิน เป็นสวนข้างบ้านผมก็คงจะขุดหลุมฝังเขาไว้ในบ้าน มีป้ายชื่อของเขาทำเป็นแผ่นคอนกรีต หรือหินอ่อนวางไว้บนหลุม เวลาคิดถึงเขาก็มานั่งคุยกับเขาได้เรื่อยๆ

แต่ถ้าผมพักอาศัยอยู่ในบริเวณที่ไม่มีพื้นดินล่ะครับ เช่น ผมอยู่คอนโดมิเนียม อยู่ตึกแถว ทาวน์เฮาส์ในเมือง ผมจะเอาศพน้องหมาสุดที่รักของผมไปฝังที่ไหน  ผมอาจจะอยากทำพิธีสวดศพให้กับเขา มีพิธีเผาศพให้เขา มีการเอาเถ้ากระดูกของเขาไปลอยในแม่น้ำ แล้วก็เก็บเอากระดูกสำคัญของเขาไว้ทำพิธีบังสกุลทุกปี อยากทำพิธีแบบนี้ที่วัด หลายวัดก็อาจจะปฏิเสธ เป็นเรื่องใหญ่นะครับ สำหรับชีวิตของคนเมือง ที่รักสัตว์เลี้ยงของตนเองเสมือนเป็นสมาชิกครอบครัว

ถาม อาจารย์คะ ปุ๊กเคยได้ยินว่า มีผู้ให้บริการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบการธุรกิจเอกชนร่วมกับวัด อย่างเช่น วัดธาตุทอง แล้วก็ยังมีบริการ รับ-ส่ง ร่างสัตว์เลี้ยงมายังวัด รวมทั้งพิธีกรรมทางศาสนา นับแต่การสวด การเผา เก็บกระดูก ลอยอังคาร จำหน่ายโลง และกล่องเก็บกระดูก ก็ถือว่าวันนี้ ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงแสนรัก มีครบวงจรตั้งแต่เกิด จนถึงวันที่เขาจากเราไปเลยนะคะอาจารย์

ตอบ นั่นล่ะครับ คุณปุ๊ก อย่างที่ผมพูดอยู่เรื่อยๆ ว่า โอกาสทางธุรกิจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขอเพียงให้เข้าใจว่า ปัญหาและความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคืออะไร ตลาดอาจจะไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ก็เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม ของคนที่มีกำลังซื้อ และพร้อมที่จะใช้จ่ายเงิน เพื่อสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเองนะครับ

คุณปุ๊กครับ มูลค่าตลาดต่อปีของธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงมากกว่า 20,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตทุกปี ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20-25 นะครับ แบ่งออกเป็นมูลค่าตลาดประเภทสินค้า ประมาณ 10,000 ล้านบาท ประกอบด้วย อาหาร ขนม ประมาณ 7,000 ล้านบาท และเป็นมูลค่าตลาดของเสื้อผ้า และของเล่น ประมาณ 3,000 ล้านบาท และมูลค่าตลาดประเภทบริการ มีมูลค่า 10,000 ล้านบาท โดยธุรกิจประเภทบริการประกอบด้วย โรงพยาบาล/คลินิก สปา อาบน้ำตัดขน โรงเรียนฝึก โรงแรม บริการฌาปนกิจ และบริการอื่นๆ

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงเติบโตขึ้น ก็คือ พฤติกรรมของคนเลี้ยงเปลี่ยนไป มีการใส่ใจเรื่องสุขอนามัยและจิตใจของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ประกอบกับ คนเราก็ต้องการเพื่อนที่จริงใจ และรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนแท้มากขึ้น ก็ให้ความสำคัญต่อการหาน้องหมา น้องแมวมาเลี้ยงเป็นเพื่อนนะครับ

ถาม อาจารย์คะ ไม่เคยคิดว่ามูลค่าตลาดบริการสัตว์เลี้ยงจะใหญ่โต ถึงปีละมากกว่า 20,000 ล้านบาทเลย นะคะ แบบนี้แสดงให้เห็นว่า คนที่รักน้องหมา น้องแมว ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเองมากเลย ใช่มั๊ยคะ

ตอบ ผมว่ากลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ จะให้ความสำคัญต่อสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเองกันเพิ่มมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนนะครับ มีงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโทภาคพิเศษ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวข้อ “4 ขา Marketing เปิดขุมทรัพย์หมื่นล้าน ตลาดโฮ่งเหมียว” มีผลการวิจัยที่น่าสนใจ ที่ขอนำมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

ผลการวิจัยพบว่า ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ใช้จ่ายเงินให้กับสัตว์เลี้ยง มากกว่า 1,000 บาท/ตัว/เดือน ซึ่งคิดเป็น 5-10 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ โดยเรียงลำดับค่าใช้จ่ายสูงสุด ดังนี้ 1. อาหาร 2. ค่ารักษาพยาบาล 3. ค่าอาหารเสริมและวิตามิน 4. ค่าเสื้อผ้า/อุปกรณ์ตกแต่ง 5. ค่าบริการอาบน้ำ-ตัดขน 6. บริการอื่นๆ เช่น โรงแรม สปา

ลงลึกไปในรายละเอียดของงานวิจัย เรื่องค่าใช้จ่าย ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ระบุ ยอมจ่ายค่าเสื้อผ้าเครื่องประดับ เป็นลำดับ 4 นั้น เนื่องจาก อยากให้สัตว์เลี้ยงของพวกเขาดูดีมีระดับ ส่วนแหล่งหาซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้กับสัตว์เลี้ยงนั้น มักเป็น Pet Shop หรือไม่ก็ห้างค้าปลีก

จากข้อมูลในประเด็นนี้อาจเป็นการชี้ให้เห็นโอกาสในทางธุรกิจ เนื่องจากปัจจุบัน จำนวนร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ที่สามารถสร้างชื่อให้แบรนด์ตัวเองแข็งแกร่งนั้น ยังมีไม่มากนัก

คณะผู้วิจัยวิจัยมีข้อเสนอแนะว่า ความต้องการซื้อสินค้าเสื้อผ้า/เครื่องประดับ ของคนมีสัตว์เลี้ยง อาจเป็นโอกาสดีของผู้ทำธุรกิจด้านนี้ เพราะคนไทยมีฝีมือและเป็นที่ยอมรับของต่างชาติ ที่ผ่านมา มีการผลิตสินค้าเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง มียอดส่งออกสูง แต่สิ่งที่ต้องคิดเป็นการบ้านต่อ คือ ทำอย่างไรให้สินค้ามีความแตกต่างและโดดเด่นกว่าที่มีอยู่ในท้องตลาด

ในงานวิจัยยังพบข้อมูลอีกว่า ผู้บริโภคที่มีความชื่นชอบการเลี้ยงสัตว์ ยังมีพฤติกรรมที่มีความต้องการในส่วนของการบริการเฉพาะทาง เช่น โรงแรม-ที่พัก อนุญาตให้พาสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ คุณปุ๊กลองนึกดูนะครับว่า เวลาที่เราไปเที่ยวต่างจังหวัด เราก็อยากพาน้องหมา น้องแมวของเราไปเที่ยวด้วย จะปล่อยเขาไว้บ้าน หรือ ไปฝากเลี้ยงก็คงจะคิดถึงเขาน่าดู ถ้าโรงแรมที่พัก มีบริการจัดสถานที่รับเลี้ยงน้องหมา น้องแมว แล้วก็บริการอาบน้ำตัดขนให้ด้วย ผมว่า ก็เป็นการเพิ่มคุณค่าในการบริการและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าที่เข้ามาพักนะครับ เพียงแต่ต้องบริหารจัดการพื้นที่เฉพาะส่วนให้ดี เพราะลูกค้าหลายท่านอาจไม่ชอบที่จะเห็นมีน้องหมา หรือน้องแมวมาเดินเพ่นพ่าน ส่งเสียงดังรำคาญ ในช่วงเวลาที่ต้องการพักผ่อนนะครับ

สิ่งที่เราพบเห็นได้ในทุกวันนี้ก็คือ พฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคมีแนวโน้มชอบความสะดวกสบายทั้งต่อตัวเองและสัตว์เลี้ยงมากขึ้น การอำนวยความสะดวกให้ผู้เลี้ยงได้มีกิจกรรมร่วมกันกับสัตว์เลี้ยง รวมถึงกระแสความนิยมตามๆ กันในกลุ่มผู้เลี้ยง สิ่งเหล่านี้สามารถเป็นลู่ทางให้ผู้ประกอบการสามารถสรรหาสินค้าและบริการในด้านต่างๆ เพื่อตอบโจทย์และสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้นนะครับ

ถาม อาจารย์มีข้อแนะนำในเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างไรบ้างคะ

ตอบ เนื่องจากเป็นธุรกิจบริการ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ความสะดวกสบายของลูกค้า รวมถึงความปลอดภัยสัตว์เลี้ยงแสนรักด้วยนะครับ ผมขอแนะนำให้ลองใช้กลยุทธ์ DOG CAT ดูนะครับ

DOG CAT มาจากคำต้นของคำว่า

  1. DELIVERY ท่านต้องลองพิจารณาการบริการนอกสถานที่ดูนะด้วยนะครับ ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ให้บริการสัตว์เลี้ยงแสนรักในรูปแบบใด ผมว่าวันนี้ การบริการนอกสถานที่เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจแล้วล่ะครับ เป็นคลีนิคสัตว์แพทย์ ก็ต้องบริการตรวจรักษานอกสถานที่ได้ บริการอาบน้ำ-ตัดขน นอกสถานที่ บริการส่งอาหารน้องหมาน้องแมวถึงบ้าน บริการพาน้องหมา น้องแมวไปเดินเล่นนอกบ้าน บริการรับศพ เคลื่อนย้ายศพน้องหมาน้องแมวไปทำพิธีศพ
  2.  ONLINE ใช้ช่องทางการติดต่อสื่อสารออนไลน์ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ไม่ใช่เพียงเฉพาะแค่เป็นช่องทางการติดต่อสั่งซื้อสินค้าเท่านั้นนะครับ เรายังสามารถใช้เป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างกลุ่มผู้เลี้ยงที่เป็นลูกค้าของเรา และที่สำคัญถ้าผมเป็นสถานรับฝากเลี้ยงน้องหมา น้องแมว ผมต้องใช้ช่องทาง ONLINE ในการให้เจ้าของน้องหมา น้องแมว สามารถติดต่อถึงกันได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงนะครับ เช่น ผมมีกล้องวงจรปิด ผมมีระบบ VEDIO CHAT ที่สามารถให้น้องหมา น้องแมว เห็นหน้าเจ้าของ และพูดคุยกันได้ด้วยนะครับ
  3. GROUP จัดให้มีกิจกรรมสัมพันธ์ของกลุ่มลูกค้า และน้องหมา น้องแมว นะครับ แต่ก่อนอื่นท่านต้องทำให้แน่ใจก่อนนะครับว่า ท่านเป็นผู้ให้บริการที่ดี มีคุณภาพ และสามารถทำให้ลูกค้าประทับใจได้แล้วนะครับ จึงค่อยดำเนินกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ท่านอาจจะจัดวัน รักน้องหมาน้องแมวขึ้นมาสัก ปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อขอบคุณลูกค้า ที่ได้มาใช้บริการกับท่าน ที่สำคัญเป็นการสร้างกลุ่มของลูกค้าที่จะมีความจงรักภักดีกับธุรกิจของท่านมากขึ้นนะครับ
  4. CARE ท่านต้องใส่ใจในการดูแล น้องหมา น้องแมว ให้ได้รับความสะดวกสบาย และปลอดภัย อย่างดีที่สุดนะครับ ท่านต้องสนใจจดจำรายละเอียด มีความเข้าใจในจิตใจสัตว์เลี้ยง และผู้เป็นเจ้าของเป็นอย่างดี โดยคำนึงถึงในด้านของความรู้สึกเป็นสำคัญ นอกจากตัวผู้ประกอบการเองแล้วตัวพนักงานก็ต้องมีความเอาใจใส่ไม่แพ้กัน ซึ่งหากผู้ประกอบการมีการคัดเลือกบุคลากรที่ดี เลือกคนที่เลี้ยงสัตว์ รักสัตว์เข้ามาทำงาน และมีการฝึกอบรมพนักงานที่ดีและเป็นระบบก็จะทำให้กิจการหรือธุรกิจที่ทำมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เกี่ยวกับการบริการด้วยแล้ว พนักงานถือเป็นหัวใจสำคัญในธุรกิจเลยทีเดียว
  5. ADAPT ท่านต้องมีความยืดหยุ่นในการให้บริการ การมีกฎเกณฑ์ เงื่อนไขในการให้บริการที่มากเกินไป ก็จะทำให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัดใจ และไม่กลับมาใช้บริการกับท่านอีก เจ้าของน้องหมา น้องแมว ทุกคนล้วนต้องการให้น้องหมา น้องแมวได้รับการบริการที่ดีที่สุด บนเงื่อนไขที่ต้องจ่ายแล้วคุ้มที่สุด ถ้าท่านที่เป็นผู้ประกอบการ ไม่ได้ให้อำนาจในการตัดสินใจ หรือการผ่อนปรนบางอย่างให้กับพนักงานของท่าน จะตัดสินใจอะไรต้องรอถามท่านผู้ประกอบการก่อน แบบนี้ก็มีความเสี่ยงที่ลูกค้าจะไม่กลับมาใช้บริการซ้ำนะครับ
  6. TRUST ท่านต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ด้วยความมุ่งมั่นในการที่จะรักษาและพัฒนามาตรฐานคุณภาพในการบริการให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ท่านต้องมีความสม่ำเสมอในการให้บริการที่ดี ระมัดระวังอย่าทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึก นะครับ
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 18, 2013 in Management, Marketing, SMEs Strategy

 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: