RSS

ธุรกิจบันทึกความสุข

30 ธ.ค.


ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

Happy New Year3

เมื่อวันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม 2556 ผมได้ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ SMART SME วิทยุครอบครัวข่าว FM 106 MHz ถึงประเด็นธุรกิจบันทึกความสุข  มีคุณปุ๊ก สมพร ชูกิจ เป็นผู้ดำเนินรายการ เลยขอนำมาถ่ายทอดเป็นบทความให้ได้อ่านกันนะครับ

ถาม อาจารย์คะสัปดาห์นี้ เราส่งท้ายปีเก่า 2556 เพื่อจะต้อนรับปีใหม่ ปีมะเมีย 2557 ด้วย ธุรกิจบันทึกความสุขกันนะคะ คุณผู้ฟังหลายๆ ท่าน รวมทั้งตัวปุ๊กเอง ก็ชอบที่จะบันทึกทุกช่วงเวลาของชีวิต ด้วยการถ่ายภาพ เพื่อเก็บภาพความทรงจำที่แสนประทับใจไว้นะคะ ยิ่งตอนนี้ เรามีสมาร์ทโฟน ที่สามารถบันทึกภาพตัวเองได้ด้วยกล้องหน้าที่แสนจะคมชัด แล้วยังมี โปรแกรมตบแต่งภาพให้ออกมาสวยเนี๊ยบได้ดั่งใจด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ เราอยากบันทึกความสุขทั้งของตัวเราเอง และคนที่เรารักเอาไว้ตลอดเวลากันเลยนะคะอาจารย์ โดยเฉพาะสาวๆ สมัยนี้ จะทำอะไร ทุกอริยาบท เป็นต้องถ่ายรูป แล้วโพส บน Instagram และ Facebook กันทุกครั้งไปนะคะ อาจารย์

ตอบ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ติดตาม การโพสรูปภาพสวยๆ ของคุณปุ๊ก บน Facebook ตลอดเลยนะครับ ดูแล้วก็มีความสุขกับการทำงานของคุณปุ๊กไปด้วย

โดยปกติ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบถ่ายรูป เป็นดาราหน้ากล้องเท่าไรนะครับ โดยเฉพาะเมื่อก่อนที่โทรศัพท์มือถือยังไม่มีระบบกล้องถ่ายรูปดีๆ แบบทุกวันนี้

ผมเคยถามเพื่อนของผมที่ชอบถ่ายรูปตั้งแต่สมัยที่โทรศัพท์ยังไม่มีกล้อง ผมถามว่า จะถ่ายรูปอะไรกันไปทำไมมากมาย ถ่ายทุกอย่างที่ขวางหน้า บางทีไปไหนด้วยกัน ก็ต้องรอให้เธอถ่ายรูปมุมนั้น มุมนี้ เสร็จเสียก่อน จนบางทีผมอดที่จะรู้สึกหงุดหงิดในใจเล็กๆ กับการรอเธอถ่ายรูปให้เสร็จเสียก่อนไม่ได้นะครับ อุปกรณ์ถ่ายภาพของเธอก็ราคาไม่ใช่ถูกๆ นะครับ  ผมบอกว่า ภาพบางภาพสวยๆ หาซื้อเอาเองก็ได้ ไม่เห็นต้องลงทุนซื้อกล้องพร้อมอุปกรณ์ราคาแพงๆ มาขนาดนี้เลย

เธอตอบผมว่า “ภาพที่ถ่ายเองกับภาพที่ซื้อมานะไม่เหมือนกันหรอก ภาพที่เราถ่ายเองถึงจะไม่สวย แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้น

คือความทรงจำที่แทรกผ่านอยู่ด้านหลังภาพนั้นต่างหาก เพราะแค่ได้มอง ความทรงจำต่างๆ ที่เคยถูกหยุดเอาไว้ในภาพเหล่านั้น ก็จะแจ่มชัดขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไหร่ก็ตาม”

คุณปุ๊กครับ ความคิดของผมเปลี่ยนใหม่เลยครับ ผมเชื่อว่า การบันทึกภาพความทรงจำเอาไว้ ด้วยการถ่ายภาพ เมื่อเรามาดูทีไร จะทำให้เราย้อนกลับไปคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นๆ ได้ อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาของความสุข หรือ ช่วงเวลาของความเศร้า นะครับ

ถาม อาจารย์คะ พอดีเราพูดกันถึงการถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ทำให้ปุ๊ก แวปคิดขึ้นมาว่า การที่สมาร์ทโฟน มีการพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ทั้งที่เป็น Hardware และ โปรแกรมแอพพลิเคชั่นการถ่ายภาพต่างๆ ดีขึ้นไปอย่างมาก ทำให้ภาพมีทั้งความละเอียด และความสวยงามมากขึ้น จะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพกันอย่างไรบ้างคะ

ตอบ คุณปุ๊กครับ กล้องถ่ายภาพวันนี้ เราคงพูดกันถึงกล้องดิจิตอล ที่ไม่ต้องใช้ฟิล์มกันแล้วนะครับ ซึ่ง เราสามารถแบ่งประเภทของกล้องดิจิตอลได้เป็น 3 ประเภท ตามที่ใช้กันมากในปัจจุบัน คือ

1.กล้อง Compact จะเป็นกล้องที่มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก และใช้งานง่าย

2.กล้อง Mirrorless   คล้ายกับกล้อง Compact ในด้านความเล็ก แต่กลับมีความสามารถในการเปลี่ยนเลนส์ได้ ที่มักจะมีในกล้องขนาดใหญ่ แถมคุณภาพของภาพที่ได้จากกล้องชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นความคมชัดของภาพ หรือความอิ่มตัวของสี ก็จัดว่าให้คุณภาพที่สูงมากเลยทีเดียว

3. กล้อง DSLR เป็นกล้องที่เราเห็นตากล้องมืออาชีพเขาใช้กันนะครับ จะมีขนาดใหญ่ และอุปกรณ์ประกอบเยอะแยะมากมาย

การพัฒนาเทคโนโลยีของสมาร์ทโฟน และยอดจำหน่ายของสมาร์โฟนที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ก็ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพนะครับ โดยเฉพาะกล้องประเภท Compact ซึ่งเราจะพบว่า สมาร์ทโฟน ดีๆ บางรุ่น สามารถใช้งานได้ดีกว่า กล้อง Compact ที่มีคุณภาพดีๆ อีกนะครับ

ผมยกตัวอย่าง ยอดขายกล้อง Compact ของ “แคนนอน” และ “นิคอน” ที่ร่วงลงอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัทมียอดขายในตลาดกล้องถ่ายรูปโลกโดยรวมอยู่ที่ 44%

สำหรับแคนนอน ซึ่งรายได้จากกล้องถ่ายรูปคิดเป็นสัดส่วน 40% ของรายได้โดยรวมของบริษัทนั้น มียอดขายกล้องคอมแพคในไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ลดลง 26% จากปีก่อนหน้า ขณะที่     นิคอน ที่รายได้จากกล้องถ่ายรูปคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 78% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัทนั้น มียอดขายลดลง 30% จากปีก่อนหน้า

ถาม อาจารย์คะ ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายกล้องถ่ายรูป เขาต้องปรับตัวกันอย่างไรคะ ถึงจะอยู่รอดต่อไปในภาวะที่มีสินค้าทดแทนได้ อย่าง สมาร์ทโฟน คะ

ตอบ ผมว่า อย่างไร อุตสาหกรรมผลิตกล้องถ่ายภาพก็ยังคงที่จะคงอยู่ไปได้อีกนานพอสมควรนะครับ เพียงแต่การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ อาจจะอยู่ในภาะวะที่เรียกว่า อิ่มตัว เพราะฉะนั้นถ้าจะเติบโตต่อไปได้ คงต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น และเป็นอีกทางเลือกของคนที่ชอบถ่ายภาพ นะครับ

อย่างกล้อง Compact ก็คงจะเริ่มหายไปจากตลาด กล้อง Compact รุ่นใหม่ๆ ก็คงจะไม่มีออกมาจำหน่าย แต่กล้องประเภท Mirrorless   ที่มีขนาดเล็ก และมีลูกเล่นแบบน้องๆ กล้องมืออาชีพ ถ้าพัฒนาเทคโนโลยีให้ปรับแต่งรูปในกล้องได้ง่ายขึ้น และสามารถเชื่อมต่อ และแชร์ผ่าน Social Network ได้ง่ายขึ้น มีราคาที่ไม่แพงจนเกินไป เช่นในระดับราคาไม่เกิน 20,000 บาท ผมว่า ก็จะสามารถจับลูกค้ากลุ่มที่อยากได้กล้องที่มีความเป็นน้องๆ กล้องมืออาชีพ แบบกล้อง DSLR ได้นะครับ

สำหรับธุรกิจร้านจำหน่ายกล้องถ่ายภาพ ผมว่า  ต้องเน้นการให้บริการเป็นหลัก ด้วยการคัดเลือกพนักงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ สามารถแนะนำเรื่องการใช้งานกล้องถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในส่วนของกล้อง DSLR หรือกล้องถ่ายภาพสำหรับมืออาชีพที่มีรายละเอียดการใช้งานค่อนข้างซับซ้อน

ทางร้านต้องต้องมีการแบ่งกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจนขึ้น เพราะลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความต้องการในการใช้กล้องที่แตกต่างกัน การแบ่งกลุ่มจะช่วยให้เข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น สื่อสารได้ชัดเจนขึ้น และเข้าถึงลูกค้าได้ดีขึ้น นั่นหมายความว่า ทางร้านต้องเตรียมความพร้อม และข้อมูลที่จะสื่อสารออกไปได้อย่างชัดเจนกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม

อีกประการหนึ่งก็คือ จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องนะครับ เช่น การจัดกิจกรรมถ่ายภาพนอกสถานที่อย่างต่อเนื่อง สำหรับลูกค้าสมาชิกที่ซื้อกล้องจากเรา และเพื่อนๆ ครอบครัวของลูกค้าสมาชิก ซึ่งจะเป็นการรักษาฐานลูกค้า สร้างกลุ่มเครือข่ายลูกค้า และขยายฐานลูกค้าใหม่ไปด้วย นะครับ

ถาม อาจารย์คะ เราพูดกันถึงธุรกิจกล้องถ่ายรูปไปแล้ว ในธุรกิจบันทึกความสุข ก็คงต้องพูดถึงคนที่มีบทบาทสำคัญในการบันทึกความสุขให้กับเราด้วยนะคะ อย่างเช่น เวดดิ้งสตูดิโอ หรือว่า  ตากล้องมืออาชีพ ที่รับถ่ายภาพงานพิธีต่างๆ ให้กับเรา  อย่างเวดดิ้งสตูดิโอ ปุ๊กก็เห็นที่อยู่มานานก็มี ปิดตัวไปก็มี เปิดใหม่ก็มี อาจารย์มองธุรกิจนี้อย่างไรบ้างคะ 

ตอบ ผมมองว่า การแข่งขันในธุรกิจ เวดดิ้งสตูดิโอ ค่อนข้างแรงนะครับ โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์ราคาต่ำ เป็นตัวดึงความสนใจของลูกค้า ทีนี้พอใช้ราคาต่ำแล้ว ก็ไปลดคุณภาพลง ไปจำกัดปริมาณ ไปจำกัดเงื่อนไขการให้บริการกับลูกค้า ผมว่า ก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจนี้ โดยเฉพาะการบอกต่อจากกลุ่มลูกค้าที่ไม่พอใจ ส่วนหนึ่งก็หันไปใช้บริการจากช่างภาพอิสระ ที่มีค่าบริการในการถ่ายภาพในอัตราที่เหมาะสม เพราะช่างภาพบางส่วนก็ไม่อยากรับงานผ่าน เวดดิ้งสตูดิโอ นะครับ

แต่เวดดิ้งสตูดิโอที่ดีๆ และมีคุณภาพก็ยังคงมีอยู่อีกมากมายนะครับ นั่นหมายความว่า ลูกค้าต้องเชื่อมั่นจากการบอกต่อของเพื่อนๆ และ อาจต้องพิจารณารายละเอียดเปรียบเทียบกับเวดดิ้งสตูดิโออื่นๆ ดู ก่อนตัดสินใจ

ผมอยากให้มุมมองการทำธุรกิจนี้ จากประสบการณ์ของคนที่อยู่ในสนามจริงๆ น่าจะดีนะครับ ผมมีคนที่รู้จักกันทำเวดดิ้งสตูดิโอเล็กๆ แถวรามคำแหง ก็เลยถามเขาว่า ธุรกิจเวดดิ้งสตูดิโอนี้ทำยากมั๊ย

เขาก็บอกว่า ทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะลูกค้าต้องสะดวกในการเดินทางมาที่สตูดิโอ ในระหว่างการให้บริการ เขาต้องสำรวจตลาดธุรกิจเวดดิ้งสตูดิโอในย่านที่ร้านตั้งอยู่ เพื่อศึกษาสไตล์ชุดแต่งงานที่ลูกค้าในย่านนั้นให้ความนิยม

การควบคุมค่าใช้จ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญ บางทีเราคิดว่าที่ร้านต้องมีชุดให้ลูกค้าเลือกมากที่สุด แต่กลับเป็นการเอาเงินไปจมอยู่กับชุด ที่วันหนึ่งมันก็ต้องเก่า และล้าสมัย เขาก็เลยใช้วิธีมีชุดแต่งงานในร้านเท่าที่จำเป็น จำนวนไม่มากนัก และมองว่า การที่ร้านมีแบบให้เลือกน้อย ไม่ใช่ปัญหา เพราะมีเครือข่ายเพื่อนๆ ที่ทำงานในด้านนี้อยู่แล้ว หากลูกค้าอยากได้ชุดแบบไหน สไตล์ไหน แม้ที่ร้านไม่มี เขาก็สามารถจัดหามาให้เลือกดูได้ในเวลาที่รวดเร็ว กรณีที่ลูกค้านำแบบชุดแต่งงานที่ต้องการมาให้ทางร้านตัดในลักษณะตัดเช่า เขาก็สามารถจัดการให้ได้เช่นกัน เมื่อลูกค้าใช้งานเสร็จแล้ว เขาก็จะนำชุดนั้นมาแขวนโชว์ เพื่อให้ลูกค้ารายอื่นๆ เลือกนำไปใช้ต่อไป

ผมก็ถามว่า การบริการที่ดีของร้านนี้เป็นอย่างไรถึงทำให้ลูกค้าประทับใจและบอกต่อ เขาเน้นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเป็นสำคัญ เช่น การใช้บริการเช่าชุดแต่งงาน 1 ชุด ลูกค้าสามารถลองชุดได้หลายแบบ เพื่อเลือกชุดที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งบางร้านอาจจะไม่ให้ลองมากเพราะกลัวว่าชุดจะเลอะ ส่วนการถ่ายภาพก็จะไม่ทำงานอย่างรีบเร่ง เพราะนอกจากจะทำให้ลูกค้าเหนื่อยแล้ว ก็จะทำให้ภาพออกมาไม่สวยด้วยนะครับ บางครั้งลูกค้ามีความเร่งด่วนในการใช้บริการ เช่น อีก 3 วันจะแต่งงาน และอยากให้มีภาพถ่ายสวยๆ ในงาน ก็รีบมาหาสตูดิโอถ่ายภาพ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีใครรับงาน แต่ที่ร้านนี้ก็ยินดีที่จะดูแลให้ เพื่อให้ลูกค้าได้ภาพทันการใช้งาน

ก็ขอถือโอกาสแนะนำนะครับ 89 perfect wedding studio ซอยรามคำแหง 89 เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่อยู่ละแวกรามคำแหง บางกะปิ ที่กำลังมองหา มืออาชีพในการช่วยท่านบันทึกความสุข กันอยู่นะครับ

ถาม อาจารย์คะ ปุ๊กขอถามเพิ่มเติมอีกนิดนะคะ อย่างธุรกิจเวดดิ้งสตูดิโอ มีปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอะไรบ้างคะ

ตอบ ปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจเวดดิ้งสตูดิโอ ก็คือ ความพึงพอใจของลูกค้านะครับ ลูกค้าที่พึงพอใจในผลงาน ได้รับคำชื่นชมจากแขกที่มาร่วมพิธีแต่งงาน ว่าภาพออกมาสวย ดูดี น่ารัก ก็จะช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์บอกต่อไปยังเพื่อนๆ ญาติๆ ให้มาใช้บริการกันต่อไป เพราะฉะนั้น ปากต่อปาก จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับธุรกิจนี้เป็นอันดับแรกครับ

ปัจจัยความสำเร็จประการต่อมา ก็คือ การควบคุมค่าใช้จ่าย เราต้องไม่ลืมว่า งานแต่งงานไม่ได้มีกันตลอดทั้งปี จะมีเป็นช่วงๆ ตามฤกษ์งามยามดี นะครับ ต้องระวังค่าใช้จ่ายประจำในแต่ละเดือนให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

ปัจจัยความสำเร็จประการสุดท้าย ต้องทำการตลาดโดยใช้ Social Media ให้มากนะครับ โดยเฉพาะเครือข่าย Facebook ของลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ได้ฐานลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น และเป็นการแสดงผลงานของเราได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางที่สุดครับ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 30, 2013 in Management, SMEs Strategy

 

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: