RSS

ตรรกะความคิด สู่การสร้างเทคโนโลยีนำชีวิต

07 เม.ย.

ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

 

เราปฏิเสธไม่ได้จริงๆ เลยนะครับว่า  ชีวิตประจำวันของเราในปัจจุบัน ตลอด 24 ชั่วโมง ต้องมีความเกี่ยวพันกับเทคโนโลยี และ เราก็ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีทำให้ชีวิตประจำวันของเราได้รับความสะดวกสบายขึ้น จนบางที เราก็สงสัยเหมือนกันว่า ถ้าไม่มีเทคโนโลยีแล้วชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะผู้คนที่อาศัยอยู่ในสังคมเมือง ที่มีความเร่งรีบ แข่งกับเวลา เทคโนโลยีก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

พอเราคิดถึงคำว่าเทคโนโลยี คนในยุคสมัยนี้ ก็มักจะคิดถึงเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศบ้าง หรือ คิดถึงเรื่อง เทคโนโลยีด้านอิเลคทรอนิกส์กันเป็นส่วนใหญ่

แท้จริงแล้ว วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยี มีมาตั้งแต่ในอดีต

เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์เรามาตั้งแต่สมัยยุคหิน เป็นยุคแรกของมนุษย์ที่มีการใช้เครื่องมือซึ่งทำมาจากหินทั้งสิ้น เช่น อาวุธที่ใช้ในการต่อสู้ หรือ เครื่องใช้ภายในครัวเรือนชนิดต่าง ๆ เครื่องมือต่าง ๆ เหล่านี้ทำมาจากหินก่อนที่จะมีการใช้โลหะในเวลาต่อมา เทคโนโลยีในยุคสมัยนั้น เป็นสิ่งที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และใช้เป็นเครื่องมือให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่รอดได้อย่างปลอดภัยเป็นประการสำคัญ

ต่อมาเมื่อประมาณ 8,000ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นยุคสังคมเกษตรกรรมเริ่มมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะทำให้สามารถทำการเกษตรได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ได้ผลผลิตมากขึ้น

แล้วก็มาถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ในยุคนี้เทคโนโลยีเจริญรุดหน้ามาก เช่น เทคโนโลยีด้านพลังงาน มีการสร้างกังหันลมและใช้พลังงานไอน้ำสำหรับการทำงานของเครื่องจักรกล และการค้นพบความรู้เรื่องไฟฟ้าเป็นผลให้คิดค้นสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ความรู้การถลุงแร่ทำให้เกิดโลหะวิทยาและเกิดเทคโนโลยีต่าง ๆ มากขึ้น นอกจากนี้ มีการสร้างโรงงานทอผ้าที่ใช้ความรู้ทางเคมีกับเรื่องสิ่งทอ ในตอนปลายของยุค วิศวกรโรงงานต่าง ๆ พัฒนาสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ระบบการคมนาคมขนส่ง ระบบเทคโนโลยีการสื่อสาร ส่วนใหญ่เป็นเทคโนโลยีตามความต้องการของสังคมอุตสาหกรรมขณะนั้น

มาจนถึงยุคเทคโนโลยีในศวรรษที่ 20 เป็นยุคสมัยปัจจุบันที่มีวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยไปไกลมาก มีการค้นพบเทคโนโลยีใหม่ๆ ในทุกสาขาแขนงวิชา ซึ่งมีส่วนผลักดันให้โลกของเราก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด จนผมอยากเรียกว่า เป็น ยุคเทคโนโลยีนำชีวิต” (Technology -Driven Life Era) เพราะเทคโนโลยีหลายอย่างที่ถูกคิดค้นขึ้นมา เป็นสิ่งที่เกินความจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่ก็มีอิทธิพลที่จะทำให้มนุษย์เรารู้สึกว่า เทคโนโลยีเหล่านั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี จำเป็นต้องใช้ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนตกยุค ไม่ทันกระแสกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

ผมยกขอตัวอย่าง ในช่วงที่เขียนบทความนี้ พูดประเด็นที่เป็น Hot Issue ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ก็ต้องยกให้ Digital TV ซึ่งหลายท่านก็คงมีโอกาสได้ชมการทดลองออกอากาศ ในระบบดิจิตอลของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ กันไปแล้ว

บางคนก็อาจจะยังงงๆ หรือ สงสัยกันอยู่ว่า ทำไมต้องเป็นโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ก็ระบบเดิมๆ ที่ดูอยู่ก็ชัดเจนดีอยู่แล้ว ต้องมาหาซื้อกล่องรับสัญญาณ หรือ ซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่ที่รองรับ ดิจิตอลทีวี กันทำไม

เขาบอกว่า ดิจิตอลทีวี  คือ ทีวีที่ทำงานในรูปแบบดิจิตอลสัญญาณภาพ และเสียงในรูปแบบของดิจิตอลมีคุณภาพที่ดีกว่า ระบบอนาล็อกที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยภาพและเสียงมีความคมชัดกว่ามาก อีกทั้งยังมีการถูกรบกวนในอัตราที่น้อยกว่าอันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นได้นะครับว่า ยุคนี้เป็นยุคของ เทคโนโลยีนำชีวิต จริงๆ

หรืออย่าง บุคคลสำคัญในโลกนี้ ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกทางด้านเทคโนโลยี และเป็นที่รู้จัก ยกย่อง และได้รับการยอมรับ จากผู้คนในยุคนี้ คงไม่มีใครรู้จัก Steve Jobs นะครับ

และต้องบอกว่า Steve Jobs เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้เป็นยุคที่ เทคโนโลยี นำชีวิต ในแบบที่คนยุคสมัยปัจจุบัน เห็นเป็นตัวอย่างได้ชัดเจน เลย

ความน่ายกย่องของสตีฟ จ็อบส์ คงหนีไม่พ้นความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เขามีความกล้าที่จะเสนอแนวคิดชนิดที่พลิกโลกทั้งใบได้ด้วยสมองของเขา และเชื่อกันว่าในวันนั้น ถ้า Jobs ไม่หวนกลับมากุมบังเหียนในตำแหน่งซีอีโอของแอปเปิล เราคงจะไม่มีวันได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สร้างความประทับใจแก่คนทั่วโลก และนี่คือ 10 สุดยอดนวัตกรรมที่ Steve Jobs ใช้เวลาทั้งชีวิตรังสรรค์ออกมาเป็นผลงานชิ้นเอก

1. Apple I (1976)

สตีฟ จ็อบส์ ในวัย 21 ปี ได้ก่อตั้งบริษัท แอปเปิล คอมพิวเตอร์ ร่วมกับสตีฟ วอซเนียก และเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของบริษัทแอปเปิลได้ถือกำเนิดขึ้นจากโรงจอดรถของครอบครัวจ็อบส์

2. Apple II (1977)

สตีฟ จ็อบส์ และสตีฟ วอซเนียก ได้นำ Apple II เข้าบุกตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล จนทำให้แอปเปิลกลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในวงการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

3. Lisa (1983)

เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่สั่งการผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า เมาส์ พร้อมกับการสั่งการใช้งานผ่าน Graphic User Interface

4. Macintosh (1984)

ถึงแม้ว่า Lisa จะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่รากฐานการใช้งานทั้งหมดของ Lisa ถูกส่งผ่านมายังเครื่อง Macintosh ไม่ว่าจะเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ผ่านไอคอนกราฟิก

5. NeXT Computer (1989)

ภายหลังที่มีปัญหาขัดแย้งภายในแอปเปิล ส่งผลให้สตีฟ จ็อบส์ ประกาศลาออกจากบริษัทที่ก่อตั้งด้วยมือของตัวเอง โดยหันไปก่อตั้งบริษัทใหม่นาม NeXT Computer แต่ถึงอย่างไรก็ตาม NeXT Computer ก็ไม่ประสบความสำเร็จตามที่จ็อบส์ตั้งเป้าหมายเอาไว้ โดยเฉพาะในเรื่องยอดขายเนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์ NeXT มีราคาจำหน่ายแพงลิ่ว แต่กระนั้นเครื่อง NeXT ก็ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีอิทธิพลต่อโลก เนื่องจากเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่มีการใช้เว็บเบราว์เซอร์ และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเว็บเบราว์เซอร์ จึงถือเป็นต้นแบบของเครื่องแมคอินทอช และไอโฟนในเวลาต่อมา

6. iMac (1998)

หลังจากที่ Jobs ได้กลับเข้ามาสู่แอปเปิล อีกครั้ง สินค้าตัวแรกที่ถูกเปิดตัวผ่านสาธารณชนนั่นคือ iMac ด้วยภาพลักษณ์การดีไซน์ที่มีความเฉพาะตัว การใช้งานเครื่องที่เข้าใจง่าย รวมไปถึงกราฟิกที่มีความสวยงาม จนทำให้แอปเปิลสามารถดึงส่วนแบ่งทางการตลาดกลับมาได้อีกครั้ง

7. iPod (2001)

ถึงแม้ว่า iPod จะไม่ได้เป็นอุปกรณ์ฟังเพลงเครื่องแรกของโลกก็ตามที แต่ iPod ก็กลายเป็นสินค้าที่ประสบความสำเร็จที่สุดนอกเหนือไปจาก iMac และความสำเร็จของ iPod ตัวแรกนี่เอง ที่เป็นใบเบิกทางที่ทำให้เกิด iTune และ iPhone ซึ่งประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา

8. iTune Store (2003)

หลังการเปิดตัว iPod แอปเปิลได้เปิดตัวคลังเพลงดิจิตอลขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า iTunes และเป็นไปตามคาด iTunes ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการจำหน่ายเพลงดิจิตอล ซึ่งขณะนั้นมีเพลงอยู่ในร้านค้าให้เลือกซื้อถึง 200,000 เพลง

9. iPhone (2007)

ถ้าหากให้เลือกว่าสินค้าจากค่ายแอปเปิลชิ้นใดที่อยากเป็นเจ้าของมากที่สุด คำตอบที่ได้คงจะหนีไม่พ้น iPhone ที่ถือเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในโลกโทรศัพท์มือถือด้วยรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างจากโทรศัพท์มือถือเครื่องอื่นในตลาด การออกแบบดีไซน์ที่หรูหรา รวมถึงการมีแอพพลิเคชันที่เป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าโทรศัพท์แบรนด์อื่นๆ ทั้งด้านการใช้งานเป็นรูปแบบการสัมผัสผ่านหน้าจอ และมีระบบปฏิบัติการภายในตัวเครื่องที่เหนือกว่า

10. iPad (2010)

ปิดท้ายกันที่นวัตกรรมเปลี่ยนโลกทั้งใบชิ้นสุดท้ายของสตีฟ จ็อบส์ ซึ่งก็คือ iPad ที่มีการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 นับตั้งแต่ iPad ถูกวางจำหน่ายก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมมหาศาลทำให้ค่ายน้อยค่ายใหญ่ที่อยู่ในวงการคอมพิวเตอร์ทั้งโน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊ก ต่างอยู่เฉยไม่ได้ ต้องผลิตอุปกรณ์แท็บเล็ตขึ้นมาแข่งกับ iPad ทั้งๆ ที่แท็บเล็ตไม่ใช่ของใหม่ อยู่ในชั้นขายสินค้าไอทีมาเนิ่นนาน แต่เมื่อมันเป็น iPad ของสตีฟ จ็อบส์ แท็บเล็ตก็กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจชนิดที่เรียกว่าเหมือนโดนมนต์สะกดเลยทีเดียว

บางท่าน อาจมีคำถามในใจเหมือนกับผมว่า ถ้า อยากจะพัฒนาเทคโนโลยีสักอย่างขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่อาจจะยังไม่มีใครค้นพบ จะมีแนวคิด ในการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาได้อย่างไร

ผมขอเล่าถึงแนวคิดของ Steve Jobs ดีกว่านะครับ ในฐานะที่เขาเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกนี้ และมีผลงานนวัตกรรมเป็นที่ยอมรับมากมาย ว่า เขามีหลักคิดที่สำคัญอะไร ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ บ้าง

Jobs แนะนำว่า “ให้เริ่มต้นอย่างไร้กังวล” เริ่มต้นเล็กแต่คิดใหญ่ ผู้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเริ่มจากศูนย์แล้วนับหนึ่ง จากเอแล้วไปบี มักเป็นคนที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ดีๆ บางทีเรากดดันตนเองด้วยความสำเร็จในอดีต กดดันตนเองด้วยความกังวล ถ้าเริ่มต้นได้โดย ไม่ต้องกังวลกับสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ก็จะเป็นช่วงเวลาที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีไอเดียกระฉูดมากที่สุด

Jobs บอกว่า อย่าให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาตัดสินชี้ชะตา

มันเป็นเรื่องยากที่จะออกแบบอะไรซักอย่างตามความต้องการของพวกคนที่มานั่งประชุมกัน คนเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าอยากได้อะไรจริงๆ จนกว่าจะได้เห็นสิ่งนั้น ถ้าจะถามความเห็น ของใครก็ต้องสร้างสรรค์มันขึ้นมาก่อน นะครับ

Jobs บอกว่า การออกแบบไม่ใช่การสร้างเปลือกนอกเพื่อห่อหุ้ม แต่มันคือสิ่งที่มีมิติและมีองค์ประกอบซ้อนกันหลายชั้น

“ในบริบทของใครหลายคน การออกแบบเป็นแค่การสร้างเปลือกนอก เป็นแค่การตกแต่งภายใน เปรียบเสมือนผ้าหุ้มโซฟา แต่สำหรับ Jobs แล้ว การออกแบบคือจิตวิญญาณขั้นต้นของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่มีหัวใจของการออกแบบที่ดีแสดงออกถึงพิ้นผิวของมัน ซึ่งทับซ้อนกันอยู่หลายระดับ”

Jobs แนะนำว่า จงคิดนอกกรอบ

กล้าทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น คนที่บ้าพอที่จะทำในสิ่งที่ไม่เหมือนใครสามารถเปลี่นแปลงโลกได้ เพราะสิ่งนั้นคือผลพวงของอัจฉริยะ

Jobs บอกว่า ต้องสร้างนวัตกรรมใหม่

นวัตกรรมจะเป็นตัวชี้วัดว่าใครเป็นผู้นำ ใครเป็นผู้ตาม จ้างคนที่ต้องการทำสิ่งที่ดีที่สุดในโลกมาทำงาน ถึงแม้คุณจะมีคนทำงานเก่งกาจมากมาย คุณต้องเป็นผู้นำ ทำหน้าที่ชี้นำให้พวกเขาทำงานร่วมกันเป็นทีม “นวัตกรรมไม่ได้เกิดจากการหว่านเม็ดเงิน มันเกิดจากการใช้มันสมองของคนให้เต็มที่ด้วยการเป็นผู้นำที่ดี ตอนที่ Jobs และทีมงานคิดค้นเครื่องแม็คขึ้นมา ไอบีเอ็มใช้เงินลงทุนมากกว่าถึง 100 เท่า มันอยู่ที่คนของคุณ อยู่ที่แนวทางของการนำพาคนเหล่านั้น”

Jobs บอกว่า ความคิดเห็นจากผู้ใช้และลูกค้าคือเสียงสำคัญ

“ดีเอ็นเอ ที่สำคัญ คือ การคำนึงถึงผู้บริโภค เสียงตอบรับไม่ว่าดีหรือร้าย บวกหรือลบ ล้วนแล้วแต่มีบทบาทเท่ากันในการปรับปรุงการให้บริการ หน้าที่ของเราคือการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ลูกค้าได้รับจากเรา”

Jobs ให้สติว่า  ไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว

ทำด้วยใจ สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ด้วยความรัก “อีกไม่กี่วันพวกเราก็ตายแล้ว ฉะนั้นอย่าไปคิดว่าเราได้สูญโอกาสไปแล้วเท่าไหร่ การคิดแบบนี้เหมือนกับดักทางความคิด ให้คิดว่าเราได้เปลือยกายจนล่อนจ้อน จะมีเหลืออยู่ก็แต่ร่างกายและหัวใจ จงทำทุกอย่างให้เต็มที่”

Jobs ให้กำลังใจ ว่า การที่ไม่มีใครฟังคุณ ไม่ได้หมายความว่าคุณผิด

Jobs เคยเจอกับตัวเอง ตอนที่เสนอแผนการที่จะช่วยกู้ชีพแอ็ปเปิ้ล ซึ่ง Jobs เชื่อว่า เป็นวิธีที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ไม่มีใครยอมฟังอุทาหรณ์ของเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การที่ไม่มีใครฟังคุณเลย ไม่ได้หมายความว่าคุณผิด บางครั้งที่เรามีแนวคิดดีๆ แต่ไม่มีคนรับฟัง ก็อย่าท้อถอย แล้วก็คิดว่า ชีวิตล้มเหลว นะครับ

สุดท้าย Jobs บอกว่า จุดยืนของตัวเองคือสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด

นั่นคือคุณแตกต่างจากคนอื่น ทำให้คนอื่นทราบว่านี่แหละคือตัวคุณ นี่แหละคือออร่าของคุณ

อ่านทบทวนแนวคิดของ Steve Jobs กันอีกหลายๆ ครั้งนะครับ ผมเชื่อว่า จะเป็นแนวคิดที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เรา ได้มีพลังในการคิดสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลกใบนี้แน่นอน

ที่มา

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9540000127971

http://www.mathpaper.net/index.php/2012-11-13-13-31-05

 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 7, 2014 in Management, SMEs Strategy

 

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: