RSS

เทศกาลสงกรานต์

13 เม.ย.

 

ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

 

สัปดาห์นี้ เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์นะครับ หลายท่านก็คงออกเดินทางไปต่างจังหวัดกันบ้างแล้ว ปีนี้ เริ่มหยุดกันตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 เมษายน ไปจนถึงวันพุธที่ 16 เมษายน รวม 5 วัน หลายคนก็อาจจะลาพักร้อนต่อยาวกันไปอีก 2 วัน เพื่อให้ได้มีเวลาสำหรับการหยุดพักผ่อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ กันอย่างเต็มที่เลยนะครับ

ถ้าดูตาม ประกาศสงกรานต์จุลศักราช 1376 หรือ พ.ศ. 2557 วันมหาสงกรานต์ปีนี้ ก็จะตรงกับวันจันทร์ที่ 14 เมษายน นะครับ  เดินทางไปไหนมาไหน ก็ขอให้ปลอดภัยกันทุกท่านนะครับ ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการขับขี่ยวดยานพาหนะ และที่สำคัญต้อง เมาไม่ขับ

พอมาถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ เขาก็มีหน่วยงานต่างๆ ออกมาทำวิจัย สำรวจความเห็น สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ผมขอนำเอาผลวิจัยของศูนย์วิจัยกสิกรไทย มาเล่าให้ฟังนะครับ ผลวิจัยพาดหัวว่า “สงกรานต์คนกรุงฯ ปี’57 ซึม: คาดค่าครองชีพ-การเมือง   ฉุดเม็ดเงินจับจ่ายภายในประเทศหดตัวถึง 13.7% เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี”

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ  ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 ระหว่างวันที่ 18-24 มีนาคม 2557 จากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 500 ราย ที่มีอายุระหว่าง 16-65 ปี พบว่า

บรรยากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของคนกรุงเทพฯ ในปีนี้ นับว่ายังคงอยู่ในภาวะที่ไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะคนกรุงเทพฯ ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาระค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวไม่เพียงจะส่งผลต่อความเชื่อมั่น และพฤติกรรมในการใช้จ่ายและการเลือกทำกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของคนกรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงบรรดาผู้ประกอบการภาคธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก ที่จะต้องมีการปรับตัวและวางแผนรับมืออย่างรัดกุม เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคออกมาใช้จ่ายและประคองภาพรวมของธุรกิจไว้

ผลจากภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น (ร้อยละ 85.0) เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ เช่นเดียวกับปีก่อนๆ ซึ่งหากพิจารณาถึงมุมมองด้านกำลังซื้อ จะพบว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มีระดับรายได้เท่าเดิม เงินออมเท่าเดิม แต่ภาระรายจ่ายกลับมีเพิ่มสูงขึ้น (เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา) ทั้งในส่วนของราคาอาหารและพลังงานที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่ออำนาจในการจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน (อายุระหว่าง 25-50 ปี) ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อและยังไม่มีความชัดเจน (ร้อยละ 30.4) ยังเป็นปัจจัยในลำดับต่อมาที่คนกรุงเทพฯ ให้ความรู้สึกวิตกกังวลและคาดว่าจะส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอย โดยส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง ทำให้ความเชื่อมั่นในการจับจ่ายลดลง (ร้อยละ 46) เกิดความยากลำบากในการเดินทาง (ร้อยละ 35) และไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (ร้อยละ 19)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า เม็ดเงินภายในประเทศสำหรับการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของคนกรุงเทพฯ จะอยู่ที่ระดับ 22,000 ล้านบาท หรือหดตัวถึงร้อยละ 13.7 เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่ผ่านมา

ผมมีผลสำรวจของ ทริปแอดไวเซอร์ ผู้ให้บริการเว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ เปิดเผยผลสำรวจทริปอินเด็กซ์สงกรานต์ 2557 เผยเที่ยวสงกรานต์เทียบ 4 จังหวัดยอดนิยม กรุงเทพฯ เสียค่าใช้จ่ายน้อยสุด โดยเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่อคน สำหรับการท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน จาก 4 จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงสงกรานต์ คือ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ และ พัทยา ชลบุรี พบว่า จ.ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีค่าใชจ่ายสูงสุด ประมาณ 5,154 บาท เชียงใหม่ 4,389 บาท พัทยา 3,808 บาท และ กรุงเทพ 3,357 บาท โดยมีปัจจัยค่าใช้จ่าย มาจากค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทางในระยะทาง 10 กิโลเมตร ค่าอุปกรณ์ปืนฉีดน้ำ และค่าบริการนวดสปาเท้า

เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา มีงานไทยเที่ยวไทย และ เที่ยวไทยเที่ยวโลก ผมก็พบว่า มีผู้คนไปหาซื้อแพ็คเกจท่องเที่ยวสำหรับช่วงปิดเทอมฤดูร้อน และช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้กันมากนะครับ แพ็คเกจที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ก็จะเป็นแพ็คเกจท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะทะเลทางภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น กระบี่ ภูเก็ต พังงา ตรัง หลีเป๊ะ เกาะสมุย รวมไปถึง แหล่งท่องเที่ยวทะเลทางภาคตะวันออก ส่วนโปรแกรมทางภาคเหนือ เชียงใหม่ ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์นะครับ

สิ่งที่ผู้บริโภคให้ความกังวลมากที่สุดในการเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็คือ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รองลงมาก็คือ การฉวยโอกาสขึ้นราคาของพ่อค้า แม่ค้า รวมไปถึงธุรกิจบริการในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่ฉวยโอกาสนี้ปรับราคาสินค้า และค่าบริการเพิ่มขึ้น

ผู้บริโภคบางคนก็จะนำเงินโบนัสที่ออกเมื่อต้นปีมาเที่ยว บางคนก็อาจจะนำเงินสะสมมาเที่ยว บางคนก็อาจจะใช้เงินเดือนประจำ หรือ เงินล่วงหน้ามาเที่ยว

ถึงอย่างไรก็ตาม จากที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการสำรวจความเห็นของผู้บริโภค ถึงแม้ว่า จะเป็นการสำรวจเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ แต่ผมก็เชื่อว่า ในพื้นที่ต่างจังหวัดหลายแห่ง ก็อาจจะมีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ไม่แตกต่างกันมากนะครับ เพราะความกังวลในเรื่องของภาวะเศรษฐกิจ การเมือง ก็คงมีอยู่โดยทั่วไป ไม่เพียงเฉพาะคนกรุงเทพที่จะรู้สึกกังวล

ถ้าผู้บริโภคมีระดับความกังวลสูง ก็จะระมัดระวังการใช้จ่าย อะไรที่ไม่จำเป็นก็คงจะไม่ซื้อ แต่อย่างไร ก็ต้องมีช่วงเวลาที่ออกไปเดินช้อปปิ้งกันบ้างเป็นธรรมดา แล้วก็คงจะมีอารมณ์ ความรู้สึกที่อยากจะซื้อขึ้นมาบ้าง

แล้ว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบนี้ ผู้ประกอบการควรใช้กลยุทธ์อย่างไรดี  ถึงจะดึงดูดให้ผู้บริโภคมาซื้อสินค้าของตนเอง

ผม มีข้อแนะนำสำหรับ ลูกค้า 2 กลุ่มนะครับ

กลุ่มแรก คือ ลูกค้าที่ไปท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ท่านผู้ประกอบการต้องรู้นะครับว่า ความกังวลใจของลูกค้า ที่มีอยู่ในใจอย่างมากในช่วงเวลานั้น ก็คือ กลัวการถูกเอาเปรียบ กลัวการถูกโก่งราคา กลัวการถูกฉวยโอกาส

ท่านจะทำให้ลูกค้าหมดความกังวล ลดความกลัวได้อย่างไร ผมก็แนะนำว่า ท่านต้องขายในราคาเท่าเดิม ให้ในปริมาณและคุณภาพที่เหมือนเดิม ทีนี้จะทำให้ลูกค้ารู้ได้อย่างไร ว่าท่านจะไม่เอาเปรียบ ผมก็แนะนำว่า ท่านต้องขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ตัวโตๆ ที่หน้าร้านเลยครับ ว่า ขายราคาเดิม คุณภาพเต็มที่เหมือนเดิม”

เมื่อลูกค้าเข้ามาในร้าน ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ลูกค้าเยอะมาก ท่านต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้สามารถบริการได้รวดเร็วขึ้น เพื่อลดเวลาการรอคอย หรือ การรอคิว ของลูกค้า

สมมุติผมเป็นร้านอาหาร ผมอาจต้องเตรียมเมนูด่วนสัก 3-5 รายการ ที่คอยแนะนำให้ลูกค้ารู้ว่า ถ้าต้องการได้รับการเสริฟอาหารแบบด่วน แนะนำให้สั่งอาหารรายการเหล่านี้  ซึ่งจะมีการปรุงสดใหม่เหมือนกัน เพียงแต่เราเตรียมความพร้อมสำหรับรอการปรุงไว้เรียบร้อย

กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มที่อาจจะไปเดินช้อปิ้งตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ทั้งที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ หรือ แม้กระทั่งในกรุงเทพ ผมว่า กลยุทธ์เด็ดที่จะกระชากกำลังซื้อได้ ก็ต้องเป็น “มหกรรมลดราคา” ท่านต้องจัดเตรียมสต๊อกสินค้าที่จะทำการลดราคา ให้เพียงพอต่อการจำหน่าย และต้องเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถรับรู้ได้จริงนะครับว่า ไม่ได้เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นมาเพื่อลดราคา หรือที่เขาเรียกว่า Mark Up Mark Down คือ ตั้งราคาให้ดูสูง แล้วนำมาทำเป็นสินค้าลดราคา ซึ่งจะทำให้ลูกค้าขาดความเชื่อมั่น และรู้สึกได้ว่า กำลังถูกหลอก

 

มีอีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสงกรานต์ ที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้นะครับ ที่ประเทศสิงคโปร์มีการจัด Water Festival หรือ เทศกาลสงกรานต์ ที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ในระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2557 บริเวณ The Padang (อยู่ตรงข้ามกับ City Hall) ซึ่งเป็นสงกรานต์นอกเมืองไทยที่ใหญ่ที่สุด

หลายคนก็วิจารณ์กันว่า ประเพณีดังกล่าวเป็นของประเทศไทย แต่สิงคโปร์กลับถือโอกาสช่วงที่เหตุการณ์ทางการเมืองของไทยไม่สงบ มีการชุมนุมต่อเนื่องยาวนาน จัดงานดังกล่าวขึ้นเพื่อดึงนักท่องเที่ยว ขณะที่บางคนก็เห็นว่าเป็นเรื่องดีที่จะทำให้มีการโปรโมทประเพณีสงกรานต์ของไทย

ผมอยากให้มอง ประเพณีสงกรานต์ แบบนี้ครับ ถ้าคนไทยเรามองว่า ประเพณีสงกรานต์ คือ การเล่นสาดน้ำ เฉพาะในความหมายของคำว่า Water Festival เราก็คงจะรู้สึกเดือดร้อนว่า ทำไมประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงค์โปร์ถึงเอาไปจัดกันได้ เราก็คงจะโวยวายว่า มาลอกเลียนแบบกันทำไม เพราะเราติดอยู่ที่เปลือกของความสนุกเท่านั้นจริงๆ ครับ

ผมมองว่า นี่เป็นโอกาสที่จะทำให้คนไทย และหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ อย่างกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมไปถึงหน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ได้มาพิจารณาร่วมกันสักทีครับว่า อะไรคือแก่น อะไรคือรากเหง้าที่แท้จริง ของคำว่า ประเพณีสงกรานต์

ถ้าคนไทยเรามองว่า เป็นเพียงแค่ เทศกาลสาดน้ำ ปะแป้ง แต่งโชว์ แต๊ะอั๋ง ผมว่า ก็ให้สิงค์โปร์เขาลอกเลียนแบบไปเถอะครับ ผมว่า เขาอาจจะมีความสามารถในการจัดงานสงกรานต์ได้ดีกว่าเรา จัดงานได้ราบรื่น ให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวได้มากกว่าเราด้วยซ้ำไป

แต่ถ้าเรา มีกิจกรรม ประเพณีที่ดี ลึกซึ้ง กว่านั้น แสดงให้เห็นถึงประเพณีที่ทรงคุณค่า กำหนดจัดขึ้นมาให้ได้ จังหวัดละ 1 แห่ง ทั่วประเทศ ที่ไม่ได้มีเพียงเฉพาะ การเล่นน้ำ แต่มีกิจกรรมของการทำบุญ การสรงน้ำพระ การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การทำกิจกรรมขนทรายเข้าวัด และการร่วมบูรณะ ทำความสะอาดศาสนสถานที่สำคัญ ผมว่าจะเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจที่จะมาร่วม สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหน อยากจะเล่นแต่น้ำ ไม่สนใจกิจกรรมอื่นๆ ก็มีที่ให้เล่นเยอะครับ มีทั่วไปในทุกที่

ที่สำคัญ สงกรานต์บ้านเราไม่ได้มีการจัดงานแค่ 2 วัน เหมือนของประเทศสิงค์โปร์ นะครับ เรามีการจัดงานกันที ก็ 3 -4 วัน เพราะฉะนั้น นักท่องเที่ยวมาเที่ยว ประเพณีสงกรานต์บ้านเรา ก็สามารถจัดเป็นแพ็กเกจ ท่องเที่ยวไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ ในแต่ท้องถิ่นได้เต็มที่ ได้เรียนรู้ความแตกต่างของวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ของแต่ละท้องถิ่นในบ้านเรา

ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้ใหญ่บางท่าน มีความกังวลว่า หากในอนาคตมีประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประชาคมอาเซียน หันมานำประเพณีหรือเทศกาลสำคัญๆ ของไทยไปจัดกิจกรรมในประเทศของตนเอง อาจทำให้นักท่องเที่ยงต่างชาติเกิดความลังเลที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศอื่นได้ ผมก็อยากให้มองประเพณีสงกรานต์ของไทย ลงไปให้ลึก อย่ามองแค่เรื่องของ การเล่นสาดน้ำ เท่านั้น

ผมว่า ถ้าประเพณีสงกรานต์ของเราดีจริง ใครก็เลียนแบบไมได้นะครับ ที่สำคัญประเพณีสงกรานต์ไม่ได้มีเฉพาะในเมืองไทยนะครับ ในพม่า ลาว กัมพูชา รวมถึง สิบสองปันนาของจีน ก็มีประเพณีสงกรานต์กันด้วย ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีอันดีงามของคนในภูมิภาคนี้ และผมเชื่อว่า ประเพณีสงกรานต์ในบางประเทศ อาจจะทรงยังความเป็นมรดกที่มีคุณค่า ไม่ผิดเพี้ยนไปเหมือนประเพณีสงกรานต์บ้านเราก็ได้นะครับ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 13, 2014 in Management, SMEs Strategy

 

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: