RSS

ธุรกิจกีฬา โตได้อย่างไร

28 เม.ย.

ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

 

อีกเพียงแค่เดือนกว่าๆ ฟุตบอลโลกครั้งที่ 20 ก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้วนะครับ ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นที่ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน–13 กรกฎาคม ปี 2014 นี้ นี่เป็นครั้งที่สองที่บราซิลได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนะครับ โดยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อ 64 ปีที่แล้ว ในปี ค.ศ.1950

ตอนนี้หลายท่านก็กำลังใจจดจ่ออยู่กับกีฬาฟุตบอลโลก ที่กำลังจะมาถึง และเช่นเดียวกัน ผู้ประกอบการธุรกิจหลายท่านก็สามารถใช้โอกาสนี้ในการโหนกระแสฟุตบอลโลก เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจของตัวเองไปด้วย

บทความนี้พูดคุยกันถึงเรื่อง ธุรกิจกีฬา ซึ่งวันนี้เราต้องยอมรับกันนะครับว่า มุมมองในด้านกีฬาเปลี่ยนไปมาก จากที่เราเคยมองกันว่า เป็นเพียงการออกกำลังกาย การเสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกาย แล้วก็มองว่า กีฬาเป็นยาวิเศษ ที่ทำให้แม้กลุ่มชน หรือ ประเทศที่มีปัญหาขัดแย้งกันทางพรมแดน มีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ก็ยังสามารถใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมความสัมพันธ์ได้ให้เราเห็นเป็นตัวอย่างกันมาหลายทศวรรษ

มาวันนี้ กีฬา ได้กลายเป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรง และเกี่ยวข้องโดยอ้อม และยังเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ภาครัฐให้การสนับสนุน เพราะว่ามีความสำคัญต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ

นับตั้งแต่ ช่วงทศวรรษ 1980 หรือประมาณเกือบ 40  ปี ที่ผ่านมา การกีฬาระหว่างประเทศมีการเติบโตอย่างมาก จนก่อให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแวดวงกีฬาอย่างมาก นับตั้งแต่ธุรกิจอุปกรณ์กีฬา ธุรกิจเครื่องแต่งกายและรองเท้ากีฬา ธุรกิจสนามกีฬา ธุรกิจสโมสรทีมกีฬา    และ ธุรกิจข่าวสารด้านกีฬา ทั้งสื่อสารมวลชน สำนักข่าว สำนักพิมพ์ต่างๆ ก็เติบโตควบคู่กันไปกับการเติบโตของวงการกีฬา

เพราะฉะนั้น การแข่งขันกีฬาในวันนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ พลานามัย เพียงอย่างเดียว แต่ว่าได้แปรเปลี่ยนไปเป็นสินค้า ซึ่งกระบวนการแปรเปลี่ยนการแข่งขันกีฬาให้เป็นสินค้า นอกจากเป็นผลมาจากการเติบโตของพลังเศรษฐกิจทุนนิยมแล้ว ยังเป็นผลของการพัฒนาด้านสื่อสารมวลชนอย่างสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ที่มีการแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงจำนวนผู้ชม จำนวนแฟนคลับของสถานี

โทรทัศน์จึงมีส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้กีฬาหลายประเภท ที่ถูกถ่ายทอดสด และเป็น เทปบันทึกการแข่งขัน ต้องพัฒนารูปแบบการจัดงานให้มีความเป็นสากลมากขึ้น และทีมผู้แข่งขันเองก็ต้องมีการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถในการเล่น ให้สามารถที่จะชนะการแข่งขัน หรือสร้างผลงานที่ประทับใจ และสามารถเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของผู้ชม ที่กำลงชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ให้ได้

อย่างฟุตบอลโลก เป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นทุกที ข้อนี้คงไม่มีใครเถียง และถ้าจะนับจำนวน คนดู ผมก็เชื่อว่า ฟุตบอลโลก มีจำนวนคนดูมากกว่า มหกรรมกีฬาโอลิมปิก แน่นอน

แต่ถ้าจะบอกว่าความนิยมที่พุ่งพรวดหลายเท่าตัวนั้นเป็นเพราะว่า ฟุตบอลโลกเดี๋ยวนี้น่าตื่นเต้นเร้าใจกว่าแต่ก่อน หรือเพราะนักกีฬามีฝีเท้าเหนือกว่าเดิม ก็เห็นจะพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะในอดีต มีนักเตะที่มีฝีเท้า ที่เป็นตำนานระดับโลกมากมาย กว่าในยุคสมัยปัจจุบันมาก

ดังนั้น โทรทัศน์จึงมีส่วนช่วยให้กีฬาหลายประเภท ถีบตัวขึ้นมาเป็นกีฬาสากล หรือ กีฬาโลก โดยที่โลกทั้งโลกเป็นตลาดผู้ชมการแข่งขันกีฬาเหล่านั้น และการจัดการแข่งขันกีฬาสากล หรืออย่าง ฟุตบอลโลกที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จึงต้องมีการจัดการด้านการตลาด เพราะต้องใช้เงินทุนในการจัดแข่งขันมาก และเกี่ยวพันกับผลประโยชน์จำนวนมหาศาล

ธุรกิจกีฬา จึงมีความเกี่ยวข้องกันระหว่าง ผู้จัดการแข่งขัน ทีมนักกีฬาที่เข้าแข่งขัน ผู้สนับสนุนการจัดงานอย่างเป็นทางการ หรือ สปอนเซอร์ รวมไปถึง สถานีโทรทัศน์ รายการโทรทัศน์  ที่จะมีส่วนในเกี่ยวข้องในกิจกรรมการตลาดกีฬา หรือ Sport Marketing

ปัจจัยแรก คือ เทคโนโลยี จำนวนโทรทัศน์ที่เพิ่มมากขึ้นทำให้คนหันมาดูฟุตบอลโลกมากกว่าเมื่อก่อน เท่านั้นยังไม่พอ เคเบิลทีวียังทำให้คนมีช่องทางมากขึ้นในการชมรายการฟุตบอล แถมยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่าโทรทัศน์ทั่วไปเสียอีก (อย่างน้อยก็สำหรับคนมีเงิน) เพราะนอกจากจะไม่มีโฆษณาคั่นรายการให้เสียอารมณ์แล้ว ยังมีทั้งรายการที่ถ่ายทอดสดและบันทึกเทปที่เวียนกลับมาฉายรอบแล้วรอบเล่า จะว่าไปแล้วนี้คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนเป็นอันมากยอมจ่ายเงินเป็นสมาชิกเคเบิลทีวี อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าฟุตบอลจะดูสนุกก็ต่อเมื่อเป็นรายการสด ตรงนี้เองที่ดาวเทียมมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสร้างกระแสฟุตบอลโลก

แต่ถึงจะมีโทรทัศน์และดาวเทียม หากไม่มีใครควักเงินเพื่อ “อุปถัมภ์” การถ่ายทอดฟุตบอล จำนวนคนดูฟุตบอลก็คงเพิ่มไม่กี่มากน้อย จะขยายก็จำเพาะในหมู่คนที่มีเงินจ่ายค่าเคเบิลทีวีเท่านั้น ย้อนหลังไปสัก 10 กว่า ปีก่อน การถ่ายทอดสดรายการฟาดแข้งทุกนัดในมหกรรมฟุตบอลโลกเป็นเรื่องที่นึกไปไม่ถึงเอาเลย แค่ได้ดูรายการสดรอบรองชนะเลิศและนัดชิงชนะเลิศก็ลืมไม่ลงแล้ว แต่ทุกวันนี้เรามีโอกาสที่จะได้ดูทั้ง 64 นัดได้อย่างไม่ยากเย็นเลย ตัวแปรสำคัญที่ทำให้โอกาสดังกล่าวเป็นจริงขึ้นได้ก็คือ ค่าโฆษณาจากธุรกิจหรือผู้ผลิตสินค้าทั้งหลายนั่นเอง กลุ่มธุรกิจเหล่านี้เป็นปัจจัยประการที่สองที่ทำให้ฟุตบอลโลกกลายเป็นอุบัติการณ์ระดับโลกขึ้นมา

ความสำคัญของสองปัจจัยดังกล่าวมีมากกว่าที่เรานึก โทรทัศน์ (รวมทั้งสื่ออื่นๆ) และผู้ผลิตสินค้า ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่สนองความอยากดูฟุตบอลโลกของเราเท่านั้น หากยังมีอิทธิพลอย่างมากในการกระตุ้นความอยากของเราอีกด้วย ลำพังความอยากของแฟนบอลทั้งหลายนั้นไม่มากพอที่จะทำให้ฟุตบอล โลกกลายเป็นฟีเวอร์ทั่วทั้งโลกได้ แรงโฆษณาตลอดจนการระดมใส่ “ข้อมูล”ต่างๆ ให้แก่เราทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุและหนังสือพิมพ์ต่างหากที่ทำให้ฟุตบอลโลกกลายเป็นเรื่องไม่ธรรมดาขึ้นมา อย่างเช่น กรณีพิพาทเรื่องการถ่ายทอดสด ที่เป็นข่าวระหว่างผู้ที่ได้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด กับ กสทช. นะครับ

สื่อและธุรกิจต่างๆได้อะไรจากการกระตุ้นความอยากของเรา คำตอบก็คือ ยอดขาย เป็นที่รู้กันดีว่าการที่ผู้คนให้ความสนใจฟุตบอลโลกมากขึ้นนั้นมีผลอย่างมากต่อยอดขายของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ หนังสือพิมพ์หลายฉบับไม่เพียงแต่จะขยายหน้ากีฬาและรายงานผลการฟาดแข้งในหน้า 1 พร้อมพาดหัวข่าวตัวโตเท่านั้น หากยังจัดการทายผลการแข่งขันชิงรางวัลนับล้าน ยังไม่นับการเปิดหน้า “สารคดี” พิเศษเกี่ยวกับฟุตบอลโลก ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลล้วนๆ แต่ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้น ได้ช่วยกระตุ้นความสนใจในฟุตบอลโลกให้เกิดแก่ผู้อ่าน

สำหรับโทรทัศน์ จำนวนคนดูที่เพิ่มขึ้นหมายถึง ค่าโฆษณาที่ตามมา โทรทัศน์ช่องต่างๆ ได้ตอบสนองและกระตุ้นความอยากของผู้ชมไปในเวลาเดียวกันด้วยการขยายเวลารายงานข่าวและวิจารณ์การแข่งขัน

สำหรับผู้ผลิตสินค้า ประโยชน์ที่ได้รับจากการที่คนนิยมฟุตบอลโลกมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงการมีภาพลักษณ์ที่ดีเท่านั้น หากยังรวมถึงกำไรที่เพิ่มขึ้นด้วย สินค้าหลายตัวพยายามแย่งชิงพื้นที่โฆษณาในจอโทรทัศน์ รวมทั้งยอมทุ่มทุนมหาศาลเพื่อช่วงชิงสิทธิในการใช้เครื่องหมายฟุตบอลโลกในฐานะผู้อุปถัมภ์อย่างเป็นทางการ ซึ่งหมายถึง การได้พื้นที่โฆษณาตรงขอบสนามด้วย

ทุกวันนี้ฟุตบอลโลกกลายเป็นขุมเงินขุมทองสำคัญระดับโลกไปแล้ว

นอกจากสื่อมวลชนและผู้ผลิตสินค้าแล้ว ฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องก็พลอยได้ผลประโยชน์ไปถ้วนหน้าตามจำนวนผู้ดูที่เพิ่มขึ้น อาทิ FIFA ซึ่งได้ผลตอบแทนมหาศาลจากการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ผลิตสินค้า และสิทธิในการถ่ายทอดรายการแข่งขันแก่เครือข่ายโทรทัศน์และเคเบิลทีวี

สโมสรกีฬาซึ่งมีนักฟุตบอลดังอยู่ในสังกัดก็ได้ประโยชน์จากค่าบัตรผ่านประตูในการแข่งขันประเภทสโมสรหลังจากเสร็จฟุตบอลโลกไม่รวมถึงรายได้จากการ “ขาย” นักกีฬาดังให้สโมสรอื่น ส่วนนักฟุตบอลเองก็มีค่าตัวเพิ่มขึ้นหากมีผลงานประทับใจคนดูในการแข่งขันฟุตบอลโลก

เป็นเพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องล้วนได้ผลประโยชน์มากมายจากฟุตบอลโลก จึงช่วยกันปลุกเร้ากระแสฟุตบอลโลกให้เพิ่มสูงขึ้น นักฟุตบอลหลายคน และทีมชาติหลายทีมถูกโหมประโคมให้เป็น “จุดขาย” สำหรับฟุตบอลโลก ความสามารถของหลายคนถูกเติมแต่งให้ดูน่าทึ่ง บุคลิกของหลายคนถูกเน้นให้เด่นและมีสีสันไปคนละแบบ เพราะฟุตบอลนั้นก็ไม่ต่างจากกีฬาทั้งหลาย จะดึงดูดคนดูและกล้องโทรทัศน์ได้ดีก็ต่อเมื่อมีพระเอกหรือฮีโร่ ส่วนคนดูก็ซึมซับเอาแบรนด์เนมของสินค้าหลายตัวไปไว้ในสมองแล้วอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ฟุตบอลโลกมิใช่เป็นแค่เกมส์กีฬาอย่างที่เข้าใจกันอีกต่อไปแล้ว ถึงตอนนี้มันกลายเป็นสื่อโฆษณาอย่างหนึ่งไปแล้ว ใครบ้างที่จะตระหนักว่า ในชั่วเวลา 90 นาทีของการแข่งขัน 1 นัด ป้ายโฆษณาตามขอบสนามของสินค้าแต่ละตัวผ่านสายตา และซึมซับไปในจิตใจ ของเรารวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 นาที ที่ว่านี้เฉพาะสินค้าตัวเดียวเท่านั้น) ยังไม่นับโลโก้หรือเครื่องหมายการค้าที่ติดอยู่ทั่วตัวของนักฟุตบอลแต่ละคน ไม่ว่าที่เสื้อ กางเกง ถุงเท้า หรือแม้แต่รองเท้า กล่าวได้ว่าปัจจุบันอิทธิพลของโฆษณาหรือสินค้าต่างๆ เข้ามาครอบงำฟุตบอลโลกอย่างแน่นหนา นักฟุตบอลกลายเป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้าแต่ละตัวตั้งแต่อยู่ในสนาม ส่วนผู้ดูก็กลายเป็นผู้เสพ เสพทั้งรายการฟุตบอลในฐานะความบันเทิงอย่างหนึ่ง และเสพตัวสินค้าตามแรงกระตุ้นของโฆษณา

วันนี้ ค่านิยม และการรับรู้ของผู้คนเปลี่ยนไปนะครับ สมัยเมื่อ 20 ปีก่อน เราคงไม่คิดกันว่า สามารถยึด กีฬา ให้เป็นอาชีพได้ แต่วันนี้ เราพบตัวอย่างของนักกีฬาอาชีพเก่งๆ หลายท่านในบ้านเรา ที่สามารถนำกีฬามาเป็นอาชีพ เลี้ยงครอบครัว สร้างฐานะได้ร่ำรวย ไม่ใช่นักกีฬาสมัครเล่น ที่เล่นกีฬาไป ประกอบอาชีพอย่างอื่นไปกันแล้ว นะครับ

ที่สำคัญ หน้าตาและร่างกายของนักกีฬาหากมองให้ดีจะพบว่าเป็นร่างกายที่ผูกพันเชื่อมโยงกับธุรกิจชนิดต่างๆ อย่างแนบแน่น ร่างกายของพวกเขาถูกแปรสภาพให้เป็น “พื้นที่” ทางธุรกิจและสามารถจับจองได้ไม่ต่างกับพื้นที่ธรรมดาทั่วไปแถวสีลม จะมีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่บ้างก็คือร่างกายเป็นพื้นที่ที่เคลื่อนไหวได้ และเป็นพื้นที่ที่ “พูดแทน” เจ้าของสินค้านั้นๆได้ นะครับ

เมื่อถึงตรงนี้ เราจึงพบว่าร่างกายของพวกเขาไม่เป็นของพวกเขาอีกต่อไป ร่างกายของนักกีฬาหลายคน ในทุกวงการกีฬา กลายเป็นร่างกายของผู้สปอนเซอร์ นักกีฬา ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ตามอำเภอใจ แต่ต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของร่างที่แท้จริงในนามของ sponsor ที่มีความช่ำชองในการเปลี่ยนร่างกายมนุษย์ให้กลายมาเป็น “พื้นที่ทางการค้า” ของพวกเขา และมีอำนาจเหนือร่างกายของเราอย่างไม่น่าเชื่อ

แม้กระทั่งเรื่องง่ายๆ อย่างเช่น การเลือกใส่เสื้อผ้า นักกีฬาเหล่านี้มีสิทธิเลือกเสื้อผ้ารองเท้า หรือของใช้ตามอำเภอใจได้หรือไม่ คำตอบก็คือ ได้ หากมันไม่ใช่คู่แข่งของสินค้า แต่ความจริงที่โหดร้ายในโลกของธุรกิจกีฬาก็คือ สินค้าทุกยี่ห้อในโลกนี้ เป็นคู่แข่งกันหมด

นี่ยังไม่ต้องพูดถึงประเด็นการทำให้มนุษย์กลายเป็นสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายในตลาดซื้อขายนักเตะ นะครับ

ในขณะที่ ธุรกิจกีฬา กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลต่างๆ อย่างที่เราคุยกันมาแล้ว ในฐานะที่เราเป็นผู้ประกอบการประเภทอื่นๆ ที่ไมได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจกีฬาโดยตรง เราจะใช้โอกาสของการเติบโตของ ธุรกิจกีฬา ได้อย่างไร

ผมแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรจัดกิจกรรมทางการตลาดที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาหรือ สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง (Sport Marketing) ซึ่งมีกีฬาหลากหลายประเภทที่สินค้าสามารถเลือกนำมาจัดกิจกรรมได้นะครับ ซึ่งการจัดกิจกรรมในช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักของตลาดมากขึ้น โดยรูปแบบของการจัดกิจกรรมแบบสปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง มีตั้งแต่การจัดกิจกรรมทายผลการแข่งขัน การเป็นสปอนเซอร์หรือผู้สนับสนุนรายการแข่งขัน การสนับสนุนนักกีฬา การซื้อลิขสิทธิ์ตัวสินค้าหรือตราสัญลักษณ์ ของที่ละลึกเพื่อการสะสมที่จำหน่ายหรือแจกให้กับลูกค้า การซื้อป้ายโฆษณาในสนามแข่ง การโฆษณาสินค้าผ่านสื่อต่าง ๆ ในช่วงการแข่งขัน การจัดฝึกอบรมและส่งเสริมทักษะด้านการเล่นกีฬาให้กับเยาวชน

ที่ผ่านมา มีผู้ผลิตสินค้าและธุรกิจเป็นจำนวนมากที่ใช้กลยุทธ์สปอร์ต มาเก็ตติ้งแล้วส่งผลดีต่อยอดขาย รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์สินค้าให้เป็นที่จดจำแก่ผู้บริโภค เช่นธุรกิจอุปกรณ์กีฬา เครื่องดื่มประเภท น้ำอัดลม ชูกำลัง เกลือแร่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็มีธุรกิจหรือสินค้าจำนวนมิใช่น้อยที่ทุ่มงบประมาณลงไปแล้วไม่ประสบผลสำเร็จทางด้านยอดขายหรือเกิดความนิยมในตัวสินค้า ที่สำคัญยังก่อให้เกิดการสูญเสียงบประมาณและทรัพยากรที่ลงทุนไปอย่างไม่คุ้มค่า

ดังนั้น จึงมีปัจจัยหลายประการที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาก่อนนำกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งมาใช้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการตลาดตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งมีวิธีดังนี้

ประการแรก ที่ต้องพิจารณาก็คือ สินค้าหรือธุรกิจของตนเองสามารถนำมาเชื่อมโยงกับกีฬาได้อย่างไร มีความเกี่ยวข้องด้านใด ทางตรง ทางอ้อม หรือพอจะดึงเอาจุดเด่นของกีฬาแต่ละประเภทมาเชื่อมโยงกับจุดเด่นของสินค้าได้หรือไม่ เพราะหากความสัมพันธ์ไม่สอดคล้องกัน ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ประการที่สอง เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า สามารถนำกีฬามาใช้เป็นกลยุทธ์การตลาดได้ ก็ต้องพิจารณาเลือกประเภทกีฬาที่จะเข้าไปสนับสนุน เพื่อให้เหมาะสมกับสินค้าหรือกิจการ เช่น สินค้าของตนเองจับตลาดกลุ่มเป้าหมายใด รายได้ อายุ เท่าใด ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น

ประการที่สาม ผู้ประกอบการควรมีความต่อเนื่องในการจัดกิจกรรม ในขณะเดียวกัน ก็ควรมีการเฉลี่ยงบประมาณ ส่งเสริมการตลาดที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณเกี่ยวกับการแข่งขันกีฬา การโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั้งที่ผ่านสื่อ (Above the line) และการจัดกิจกรรมยังมีการใช้ที่ไม่ผ่านสื่อหรือบีโลว์เดอะไลน์ (Below the line) อันได้แก่ การจัดกิจกรรม ณ จุดขาย การชิงโชค เล่นเกม แจกของรางวัล เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว นอกเหนือจากกลยุทธ์การตลาดที่ใช้อยู่ประจำ อาทิ การลด แลกแจกแถม การโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสือต่าง ๆ แล้ว สินค้าหรือธุรกิจทั่วไปสามารถใช้กลยุทธ์ สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเป็นกิจกรรมการตลาดที่ทรงประสิทธิภาพในการกระตุ้นยอดขาย และสร้างความยอมรับในตัวสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

 

อ้างอิง

รังสรรค์ ธนะพรพันธ์  ธุรกิจการตลาดกีฬา เศรษฐทรรศน์เจ้าพระยา ผู้จัดการรายเดือน กันยายน 2544

พระไพศาล วิสาโล  ผู้ชนะที่แท้จริงในศึกฟุตบอลโลก http://www.visalo.org

ธันวา เบญจวรรณ พลิกบอลดูโลก เปิดมุมมองทางความคิด ธุรกิจ กีฬา วัฒนธรรม  http://www.prachathai.com

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 28, 2014 in Marketing, SMEs Strategy

 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: