RSS

โอกาสธุรกิจ สร้างสรรค์งานไม้

05 พ.ค.

ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

 

รายการ SMART SME วิทยุครอบครัวข่าว สัปดาห์นี้ผมพูดคุยกับคุณปุ๊ก สมาพร ชูกิจ เรื่องของ ธุรกิจสร้างสรรค์งานไม้ เลยขอนำเนื้อหาบางส่วน ที่พูดคุยกัน มาเล่าให้ได้อ่านกันนะครับ

พอพูดถึงงานไม้ ทำให้ผมคิดถึง ถนนสายไม้ บางโพ สำหรับคนที่มีใจรักงานไม้ และตกแต่งบ้าน ศูนย์รวมงานเฟอร์นิเจอร์งานศิลปะ จะเป็นที่รู้จักกันดี เพราะที่นี่เปรียบเสมือนศูนย์รวมเรื่องไม้ตั้งแต่ไม้แผ่นธรรมดาที่ใช้สร้างบ้าน ศูนย์รวมเครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์ และ งานแกะสลักไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งรวมผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์และงานแกะสลักไม้ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นที่รู้จักของประชาชน ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในนาม ถนนสายไม้ หรือ  Thai Wood Street

ท่านใดที่สนใจ ชื่นชอบงานไม้ ผมอยากแนะนำให้ลองไปเที่ยวชมกันนะครับ ตั้งอยู่ที่เขตบางซื่อ ตอนนี้มีการขยายชุมชนถนนสายไม้ ออกเป็น 2 เส้นทางถนน แล้ว

ถนนสายไม้ เส้นที่ 1 เริ่มจากซอย ประชาราษฎร์ 24 ด้านหน้าซอย ถึงต้นซอย ประชานฤมิตร (กรุงเทพฯ นนทบุรี 5)

ถนนสายไม้ เส้นที่ 2 เริ่มจากซอย ไสวสุวรรณ (กรุงเทพฯ นนทบุรี 13) ถึงต้นซอย ประชาราษฏร์ 28

แวะไปกด Like เยี่ยมชมร้านต่างๆ ก่อนตัดสินใจไปกันได้ที่ https://www.facebook.com/tanonsaimai

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบงานไม้นะครับ จะมีความสุขเวลาที่ได้เดินชมงานฝีมือ หัตถกรรมต่างๆ ที่คิดค้นสร้างสรรค์โดยใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก มันทำให้ผมรู้สึกว่าได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เสน่ห์ของงานไม้สำหรับผม คือ กลิ่นหอมของเนื้อไม้ ที่ผสมผสานอยู่ในงานฝีมือที่ช่างไม้ได้บรรจงประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยความสร้างสรรค์นะครับ บางชิ้นงานผมดูก็ถึงกับต้องอุทานนะครับว่า คิดได้อย่างไร บางชิ้นนำงานไม้มาประยุกต์ให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ ของตบแต่งบ้าน รวมไปถึงของใช้กระจุ๊กกระจิ๊ก ที่สามารถเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี จนทำให้เราคิดได้ใหม่ครับว่า งานไม้ ไม่ได้เป็นเพียงความนิยมชมชอบของคนรุ่นเก่า แต่คนรุ่นใหม่ที่นิยมชมชอบความเป็นธรรมชาติ ก็มองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเขาได้เช่นกัน

ในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ “ธุรกิจการสร้างสรรค์งานไม้” ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ ของตบแต่งบ้าน และของใช้ในบ้าน ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทยที่ต้องใช้ “ดีไซน์” เป็นตัวขับเคลื่อน

แต่ภาพรวมของธุรกิจสร้างสรรค์งานไม้ไทยในวันนี้คือ เรากำลังตกอันดับจากตำแหน่งต้นๆ ของภูมิภาค (และวิ่งตามหลังเวียดนาม อินโดนิเซีย มาเลเซีย อยู่ถึง 2-3 เท่า) เหตุเพราะไทยเรามีต้นทุนวัตถุดิบที่สูง ค่าแรงการผลิตสูง กฎระเบียบเรื่องการควบคุมป่าและไม้แปรรูปต่างๆ ก็มากกว่าประเทศอื่น ปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้ส่งผลให้ยอดส่งออกงานไม้ของไทยตกต่ำลงเรื่อยๆ แถมหนทางที่ธุรกิจจะเดินต่อในเชิง Mass Production ก็แทบเป็นไปไม่ได้ จุดแข็งและที่เหลืออยู่ของประเทศไทยขณะนี้มีเพียงสองประเด็นเท่านั้น คือ “ดีไซน์” และ “การตลาด”

ผมมองว่า ถ้าผู้ผลิตงานไม้ ใช้วัตถุดิบไม้ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศก็จะมีต้นทุนสูง กว่าการใช้ไม้ที่เป็นวัตถุดิบในประเทศอย่างเช่น ไม้ยางพารา ไม้สักปลูก ซึ่งได้รับความนิยมในการนำมาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงาน

ตลาดส่งออกที่สำคัญของเรา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันมูลค่าการส่งออกกลับมีอัตราการเติบโตที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าหลัก ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่มาจาก คู่แข่ง อย่าง ประเทศเวียดนาม  และมาเลเซีย ที่หันมาสนใจการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ และของตบแต่งบ้านมากขึ้น โดยมีรัฐบาลให้การสนับสนุนและมีการทำการตลาดเชิงรุก

ผมว่า เราต้องมองหาตลาดใหม่ นอกเหนือจาก สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น นะครับ อย่างเช่น จีน ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น และเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความคุ้นเคยกับศิลปะ วัฒนธรรม และงานหัตถกรรมฝีมือที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยอยู่แล้ว ผมว่า การขยายตลาดไปยังประเทศจีนจึงไม่ใช่เรื่องยาก

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ได้เคยมีการเดินทางไปสำรวจตลาดสินค้าหัตถกรรมไทย ในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน (เมืองเฉิงตู และมหานครฉงชิ่ง) เพื่อศึกษาโอกาสและศักยภาพของสินค้าหัตถกรรมไทยในพื้นที่ดังกล่าวของประเทศจีน

ร้านจำหน่ายสินค้าประเภทนี้ ส่วนใหญ่เป็นร้านจำหน่ายสินค้า Stand alone ซึ่งมีชาวจีนเป็นเจ้าของ ทางร้านนำเข้าสินค้าตกแต่งบ้านของไทยโดยเฉพาะ ซึ่งทั้งร้านมีแต่สินค้าไทย เจ้าของร้านเป็นผู้เลือกสินค้าเข้าร้านเอง มีความชื่นชอบในสินค้าไทยเป็นพิเศษ เพราะประทับใจในความมีศิลปะและมีเอกลักษณ์ของสินค้าโดยเฉพาะงานไม้

ลูกค้ามองว่า สินค้าหัตถกรรมไทยขายดี เพราะความมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกับสินค้าจีน และสินค้านำเข้าอื่นๆ และชิ้นงานมีความสวยงามและประณีต ปัจจุบันชาวจีนนิยมหันมาตกแต่งบ้านด้วยของตกแต่งบ้านจากไทยมากขึ้น และโดยเฉพาะผู้ที่เคยมาประเทศไทย และได้สัมผัสกับวัฒนธรรมไทยแล้วก็จะยิ่งชอบเป็นพิเศษ

สินค้าหัตถกรรมไทยที่มีโอกาส และมีอนาคตในตลาดของตกแต่งบ้านของจีน ได้แก่ สินค้างานไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้จริง โต๊ะ เก้าอี้ ของตกแต่งบ้าน เช่น งานไม้แกะสลักสำหรับตั้งโชว์ และสำหรับแขวนผนัง ที่งานไม้มีโอกาสขายได้ดี เพราะประเทศจีนนั้นห้ามเขามีกฎหมายห้ามตัดต้นไม้ในประเทศ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ไม้จริงจึงได้รับความนิยมในหมู่ผู้มีฐานะ เพราะนอกจากจะแสดงออกถึงรสนิยมแล้วยังแสดงออกถึงความมีฐานะอีกด้วย

อีกไม่กี่เดือน เราก็จะเข้าสู่ AEC กันเต็มตัวแล้ว ผู้ประกอบการ ธุรกิจสร้างสรรค์งานไม้ ควรเตรียมรับมือ กับ AEC อย่างไรดี

ผมประเมินว่า เราจะได้รับผลกระทบจากคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่าเรา คือ เวียดนาม ซึ่งมีต้นทุนค่าแรงต่ำกว่าไทยมาก และมีกำลังการผลิตสินค้าที่สามารถรองรับคำสั่งซื้อในปริมาณมากได้ ซึ่งสินค้าของเวียดนาม จะเป็นสินค้าในกลุ่มแมส มีราคาถูก และมีคุณภาพดี เพียงพอต่อการรองรับการใช้งานทั่วไปได้ เพราะฉะนั้นถ้าผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าในกลุ่มแมส ที่ยังไม่มีการออกแบบที่โดดเด่น ก็จะได้รับผลกระทบทันทีที่มีการเปิดตลาด AEC

ผมเชื่อว่า ผู้ประกอบของไทยคงกำลังพยายามที่จะยกระดับดีไซน์ การออกแบบ และคุณภาพสินค้าให้เป็นสินค้ากลุ่มไฮเอนด์มากขึ้นอยู่แล้ว สิ่งที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจสร้างสรรค์งานไม้ของไทยมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ก็คือ

สร้างภาพลักษณ์ในการเป็นศูนย์กลางตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ ของตบแต่งบ้าน ของใช้ในบ้าน และงานหัตถกรรมแกะสลักต่างๆ ผ่าน งาน Exhibition ต่างๆ ที่ภาครัฐให้การสนับสนุน ทั้งในไทย และในต่างประเทศ  เพื่อหาตลาด และ ช่องทางการจำหน่ายสินค้า ที่เป็นผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ

สร้างความแตกต่างของสินค้า Niche Market โดยเน้นคุณภาพ รูปแบบที่ โดดเด่นสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากขึ้น

นำเข้าวัตถุดิบไม้ที่ถูกกว่าจากต่างประเทศในกลุ่มอาเซียน ใช้ทดแทนไม้ ยางพาราในประเทศเพื่อเป็นทางเลือกใหม่

พัฒนาแบรนด์สินค้าไทยจากการรับจ้างผลิต (Original Equipment Manufacturer: OEM) เป็นการผลิตที่มีดีไซน์ของตนเอง (Original Design Manufacturer: ODM)

หลีกหนีการแข่งขันในด้านราคา โดยพัฒนาสินค้าในตลาดระดับกลางถึง บน ซึ่งไทยมีศักยภาพการผลิตสินค้าที่เน้นความประณีต ในระดับที่สูงกว่าคู่แข่ง

อย่างที่ผมบอกตอนต้นว่า ธุรกิจสร้างสรรค์งานไม้ ควรพัฒนาไปสู่ระดับที่เน้นเรื่องการออกแบบ ดีไซน์ ที่จะสามารถเป็นจุดขายที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างเวียดนาม

และเพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผมว่าการร่วมมือกันระหว่างผู้ประกอบการในการพัฒนาตลาดสินค้าต่างประเทศร่วมกัน รวมถึงความร่วมมือจากผู้ประกอบการอื่นๆ ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบ น่าจะเป็นทางรอดที่ควรช่วยกันหาทางออกให้เร็วที่สุด

แต่ปัญหาของคนทำงานออกแบบนั่นก็คือ อยู่ ๆ วันหนึ่ง คุณก็รู้สึกว่าตัวเองขาดไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน ซึ่งปัญหานี้ถือเป็น “วิกฤติ” ของบรรดานักออกแบบที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ จะมีวิธีที่จะทำอย่างไรไม่ให้ถึงทางตันทางด้านไอเดีย

คำตอบเดียวครับ คือ ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ผมขอแนะนำวิธีการสร้างแรงบันดาลใจและไอเดียให้กระฉูด สไตล์ Jon Burgerman นักวาดภาพการ์ตูนจากอังกฤษ  ที่มีพรสวรรค์จากจินตนการ อารมณ์ ความไม่ธรรมดา จนสามารถคิดงานที่ออกมาฉีกจากชาวบ้าน

ด้วยลายเส้นที่กวนๆ เรียบง่าย เขาศึกษาด้าน Fine Art ในอังกฤษ เขาสนใจที่จะขายสินค้าที่ตัวเองเป็นคนผลิต อาทิ โปสการ์ด และงานอาร์ทอื่นๆ เขาเสนอแนวทางการสร้างสรรค์ไอเดีย ไว้แบบง่ายๆ ดังนี้ครับ

เขาแนะนำให้พกพาสมุดสเก๊ตภาพติดตัวไปด้วยเสมอ เพราะคุณจะได้สามารถบันทึกลงไปได้ทันที เวลาที่คุณพบเจออะไรที่น่าสนใจหรือนึกไอเดียขึ้นได้ในเวลาไหนก็สามารถบันทึกมันลงไปได้ และพยายาม Bookmark เว็บไซท์ที่คุณชื่นชอบบนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งหากตอนใดที่คุณกำลังขาดไอเดียขั้นรุนแรง หรืออยากได้แรงบันดาลใจใหม่ ๆ สามารถนำสิ่งที่คุณได้เขียนลงไปในสมุดสเก๊ตและบนอินเทอร์เน็ท มาช่วยได้ อย่างเช่น Google อาจจะเป็นแหล่งข้อมูลและไอเดียของคุณได้เป็นอย่างดี

คุณควรหมั่นเปิดหูเปิดตารับข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร หนังสือต่าง ๆ โทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ต เพราะเหล่านี้คือขุมทองแห่งไอเดีย รวมทั้งดูสื่อต่าง ๆ รอบตัวเสมอ ไม่ก็ออกไปดูงานนิทรรศการต่าง ๆ หรืองานโชว์ภาพแกลเลอรี่ ศึกษาองค์ประกอบ ภาพประกอบต่าง ๆ จากสื่อโฆษณาก็ดี งานศิลปะก็ดี รวมทั้งลองนำตัวของคุณไปสร้างสื่ออื่น ๆ บ้าง นอกเหนือจากสิ่งที่คุณกำลังทำ เพราะจะเป็นการฝึนฝนคุณไปในตัว

หาโอกาสพูดคุยกับกูรูทางด้านดีไซน์ หรือคนเกี่ยวข้องกับงานที่คุณกำลังจะสร้างสรรค์ เพื่อระดมความคิด บางทีการบอกจุดประสงค์หรือความต้องการให้ชัด ก็อาจจะช่วยให้คุณมองเห็นไอเดียที่อยู่ตรงหน้าก็ได้

อย่าให้สิ่งหรือเรื่องต่าง ๆ มากวนใจคุณเวลาทำงาน ลองปิดมือถือ ถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์ เคลียร์โต๊ะทำงานให้ว่าง แล้วนั่งลงพร้อมกับหยิบกระดาษ ดินสอ ออกมา แล้วละเลงลงไปตามที่สมองจะบังคับบัญชา หรือไม่ก็ทำใจให้ว่าง แล้วออกไปเดินเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ

ขีดเขียนไอเดียของคุณลงกระดาษไปเต็มที่ อะไรก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่ามันจะดีหรือจะแย่ แล้วลองใช้สมองค้นหาสิ่งที่ จะนำพาคุณไปให้บรรลุ

อุปกรณ์การทำงานอื่น ๆ ที่แตกต่างจากชีวิตประจำวันของคุณ อาจช่วยให้คุณได้ความรู้สึกและไอเดียใหม่ ๆ ได้

หนทางที่ดีที่สุดในการออกแบบก็คือ ทำอะไรให้ง่ายเข้าไว้ จำไว้ว่าบางครั้งงานที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่ หรูเริดอลังการ และลองทดลองออกแบบดูหลาย ๆ แบบก็ได้ เผื่อจะมีบางชิ้นที่โดนใจคุณ

แต่หากลองทำทุกวิธีแล้วยังหาไอเดียไม่ได้เสียที ก็หยุดคิดมันซะดีกว่า แล้ววางมือ ไปทำอย่างอื่นเลย เพราะยิ่งคิดไปยิ่งกดดัน คงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาแน่ ๆ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 5, 2014 in SMEs Strategy

 

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: