RSS

ตลาดปี 57 แนวโน้มปี 58

29 ธ.ค.

ดร.พงศ์ศรันย์  พลศรีเลิศ

phongzahrun@gmail.com

อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นปี 2557 แล้วนะครับ ปีนี้ถือว่ามีเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ถ้าดูข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  http://cebf.utcc.ac.th/index_number.php   จะพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคตั้งแต่ต้นปี 2557 มาจนถึงรายงานล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 57 จะทรงตัวอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 100 คือ ประมาณร้อยละ 60 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในปัจจุบัน และอนาคต ไม่ว่าจะในเรื่องการมีงานทำ รายได้ และค่าครองชีพ อยู่พอสมควรนะครับ

ถ้าดูจากรายงานภาวะเศรษฐกิจ ของประเทศล่าสุดที่รายงานโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม 2557 http://www.bot.or.th/Thai/EconomicConditions/Thai/report/Documents/01Part1_October2557.pdf

ก็มีการรายงานว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังเริ่มฟื้นตัวแบบช้าๆ นักท่องเที่ยวเริ่มมั่นใจ และกลับมาท่องเที่ยวในบ้านเรา ภาคเอกชนส่วนใหญ่ยังคงมีกำลังการผลิตส่วนเกินอยู่ การขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นก็คงจะเป็นไปได้ยากในช่วงระยะนี้ ก็คงต้องอาศัยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐล่ะครับ ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการใช้เม็ดเงินภายในประเทศให้มากขึ้น

ถ้ามองจากรายงานทั้งสองชิ้น เราก็จะพอประเมินสถานการณ์การตลาดในเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคได้นะครับว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะอารมณ์ที่ระมัดระวังการใช้จ่าย ซึ่งคำว่า ส่วนใหญ่ ของผม หมายถึง มนุษย์เงินเดือน  พี่น้องเกษตรกร และรวมไปถึงผู้ประกอบการธุรกิจ SME ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงินที่ตึงตัวพอสมควร นะครับ

ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อสินค้าประเภทฟุ่มเฟือย ก็คงต้องคิดแล้วคิดอีกกันพอสมควร และใช้เหตุผลในการตัดสินใจซื้อกันมากขึ้น ในช่วงเวลาที่ผ่านมานะครับ ซึ่งจะเห็นว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ หลายรายมีการปรับลดเป้าหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริง อย่างเช่น ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์ มีกำลังการผลิตส่วนเกินจากยอดขายเหลืออยู่เยอะ แคมเปญแรงๆ ก็ยังช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะทุกค่ายต่างพร้อมใจกันอัดแคมเปญแรงๆ กันหมด ซึ่งก็เข้าทางผู้บริโภคที่ต้องการจะซื้ออยู่แล้ว ก็ตัดสินใจที่จะรอ และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง

ส่วนผู้ประกอบการรายใด ที่มีความเชื่อยึดติดอยู่กับ คำว่า ส่วนครองตลาด หรือ Market Share ก็คงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดไว้ ด้วยการอัดงบส่งเสริมการตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

ในปี 2557 เรามีดิจิตอลทีวี เพิ่มขึ้นมาอีก 36 ช่อง แค่เท่าที่มีอยู่เดิมทั้งช่องปกติ และเคเบิ้ลทีวี ก็ยังรับชมกันไม่ทั่วถึงอยู่แล้วนะครับ การหาผู้สปอนเซอร์โฆษณาสำหรับสถานีก็จะยิ่งยากขึ้น ต้นทุนการผลิตรายการก็สูง การสร้างเรตติ้งของสถานีก็ยากขึ้นกว่าเดิม เพราะทุกสถานีต้องแข่งขันกัน สร้างสรรค์ความแปลกใหม่ และรายการให้มีความน่าสนใจ

นอกจากนั้นในปี 2557 เป็นปีที่ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรงนะครับ มีโทรศัพท์ยี่ห้อใหม่ๆ เข้ามาสู่ตลาด บางยี่ห้อ ก็ออกรุ่นใหม่ๆ เข้ามาสู่ตลาด จนที่เรียกว่า ผู้บริโภคตามไม่ทัน นะครับ หลายรายวางจำหน่ายได้ไม่ถึง 3 เดือน ก็ลดราคา เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเร็ว และมาในราคาที่ถูกลง ก็เป็นธุรกิจที่ต้องแข่งขันด้วยความแตกต่าง และใช้การส่งเสริมการตลาดเป็นกลยุทธ์สำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการซื้อ นะครับ

ผมอยากจะบอกว่า ปี 2557 เป็นปีทองของผู้บริโภคนะครับ ได้มีโอกาสช้อปของดี ในราคาที่สามารถจ่ายไหว แต่ก็อย่างว่าครับ “บางทีอยากจะได้ แต่ไม่อยากจะจ่าย”  ประเด็นสำคัญก็คือ ผู้ประกอบการจะทำอย่างไร ให้ผู้บริโภครู้สึกอยากได้ และเต็มใจจ่าย หรือ แม้กระทั่งอาจต้องใช้คำว่า “กลั้นใจยอมจ่าย” โดยเฉพาะในปีหน้า 2558 ผมมองว่า สถานการณ์เศรษฐกิจก็จะยังทรงๆ ตัวอยู่นะครับ ผู้บริโภคก็คงจะระมัดระวังการใช้จ่ายเงินอยู่ ผู้ประกอบการ SME ที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ก็จำเป็นจะต้องปรับกลยุทธ์เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้

ผมอยากแนะนำท่านผู้ประกอบการรายย่อย เป็นพิเศษนะครับ เนื่องจากธรรมชาติของ SME ส่วนใหญ่ จะมีขนาดตลาดเฉพาะ ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนผู้ประกอบการรายใหญ่ ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการใช้เงินที่หมดไป แล้วไม่สามารถประเมินผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้นะครับ เช่น ใช้เงินในการทุ่มโฆษณา ประชาสัมพันธ์ แต่ไม่รู้ว่า ผู้ที่รับสื่อใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของท่านหรือไม่ หรือว่า รับรู้แล้วจะตัดสินใจซื้อหรือเปล่าก็ไม่รู้

รูปแบบการตลาดที่น่าจะเหมาะสมที่สุดในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ในปี 2558 ก็คือ การทำการตลาดทางตรง หรือ Direct Marketing โดยเฉพาะการตลาดผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Mobile  Internet และ  Social Network ที่สื่อสารโดยตรงไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจ เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ใช้งบการตลาดน้อยแต่ทรงพลังกว่า การทำตลาดแบบ Mass นะครับ

นอกจากนั้น ท่านต้องรักษาฐานลูกค้าของท่านให้ดี เพราะปีหน้า การแข่งขันจะยิ่งรุนแรงเพิ่มขึ้น กลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า  ด้วยกิจกรรมต่างๆ การบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ และการใช้ฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อส่งเสริมการขายที่ตรงตามพฤติกรรมของลูกค้า จะช่วยสร้างความภักดีของลูกค้าได้นะครับ

การสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็งเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญในปีหน้า แต่อย่าไปเน้นการสร้างแบรนด์ด้วยการทุ่มโฆษณานะครับ ให้เน้นการสร้างแบรนด์ด้วยการทำกิจกรรม Below the Line ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้เป็นเลิศ และที่สำคัญ สร้างความแตกต่างเข้าไปนั่งอยู่ในที่ว่างกลางใจของลูกค้าให้ได้” ด้วยคุณค่าที่ลูกค้าอยากได้ ไม่ใช่คุณค่าที่เราอยากให้” นะครับ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 29, 2014 in Marketing

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: